‘มนพร’ สั่ง ‘เจ้าท่า’ เร่ง กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำสายหลักให้เสร็จตามแผนปีงบ67
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน ส่งผลให้ผักตบชวาขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และมีปริมาณหนาแน่นตามแม่น้ำลำคลองต่างๆ ทำให้เกิดอุปสรรคในการเดินเรือและการระบายน้ำ จึงสั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งรัดดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชตามแผนในปีงบประมาณ 2567 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในการเดินทางสัญจรทางน้ำได้อย่างปลอดภัย

ด้าน นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชอย่างต่อเนื่องทุกปีเพื่อเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และตามคำสั่งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาผักตบชวา โดยได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบกรมเจ้าท่าดำเนินการในแม่น้ำสายหลัก ระยะทางรวม 349 กิโลเมตร ประกอบด้วย ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้แก่
- แม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 160 กิโลเมตร
- แม่น้ำป่าสัก ระยะทาง 50 กิโลเมตร
- แม่น้ำน้อย ระยะทาง 42 กิโลเมตร
- แม่น้ำลพบุรี ระยะทาง 67 กิโลเมตร
- เขื่อนเจ้าพระยา แม่น้ำสะแกกรัง ระยะทาง 20 กิโลเมตร
- แม่น้ำท่าจีนสายเก่า ระยะทาง 10 กิโลเมตร
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2567 จำนวน 14,748,900 บาท เพื่อกำจัดผักตบชวาและวัชพืช จำนวน 477,000 ตัน โดยผลการดำเนินงาน ณ เดือนกันยายน 2567 ดำเนินการได้ 298,535 ตัน คิดเป็นผลงาน 62.50% ปัจจุบันเร่งดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาในหลายพื้นที่ ดังนี้
- แม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- แม่น้ำลพบุรี ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- แม่น้ำลพบุรี ตำบลบางขันหมาก อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี

นายกริชเพชรกล่าวว่า กรมเจ้าท่าจะดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จตามแผน เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินเรือและการสัญจรทางน้ำให้เกิดความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก อีกทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เป็นไปตามนโยบาย “ราชรถยิ้ม” ของนางมนพร ที่ต้องการขยายผลสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการถ่ายทอดนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติ ช่วยยกระดับภาคการคมนาคมขนส่งทางน้ำของประเทศให้เกิดความสะดวก ประหยัด ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และครอบคลุมทุกความต้องการของประชาชน สมดั่งคำว่า “คมนาคมทางน้ำ เพื่อความอุดมสุขของประชาชน”

