หน้าแรก การเมือง นายกฯ คุย 12 ...

นายกฯ คุย 12 องค์กรจิตอาสา ช่วยน้ำท่วม ย้ำ รบ.ช่วยเต็มที่ ชาวแม่สายสะท้อน แจ้งเตือนบ่อย จนไม่น่าเชื่อถือ

20.09.24 | 13:25 น.

นายกฯ เปิดทำเนียบ​ คุยจิตอาสา 12 องค์กรถอดบทเรียน​ปัญหา​ หลังลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมเชียงราย​ เจ้าตัว​ลั่น​ อยากเห็นทุกข์ประชาชนสั้นที่สุด ขออย่าห่วงรัฐบาลช่วยเต็มที่-​ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ​ขอทำ​ “แอพพลิเคชั่น​ กู้ภัยแห่งชาติ” ทั้งขอความช่วย-รายงานตัวหน่วยกู้ภัย​ ชี้​วิธีการเดิมเสียเวลาเป็นครึ่งวัน​ ขณะ​ “แชมป์​ นักเจ็ตสกี” เสนอทำเขื่อนใช้เข็มรูปตัวแอล​ เชื่อม​ 2 ด่านแม่สาย-​ยกถนนเกาะทราย​ กันซ้ำรอย​ ส่วน​ “มูลนิธิเพชรเกษม” ขอรัฐบาลยกเว้นภาษี​องค์กรการกุศล​-​ด้านคนแม่สาย​บอกชัด​ มีการแจ้งเตือนบ่อยจนขาดความน่าเชื่อถือ​-เครื่องมือช่วยไม่เพียงพอ​-​”ภูมิธรรม​” ย้ำ​ ชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ​ อะไรทำได้ทำเลย คาดเรื่องเยียวยาสัปดาห์นี้ชัดเจน​

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 กันยายน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงาน “ประสานพลัง ประสานใจ” เพื่อพูดคุยหารือร่วมกับคณะจิตอาสา 12 องค์กร และภาคเอกชน โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ตัวแทนจากกองทัพบก หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา​ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ สมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย และอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิ​ต่างๆ และร่วมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคไปยังพื้นที่ประสบภัย

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า​ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ เพราะเราก็ทราบตั้งแต่ต้น​ว่า​คนตรงนี้​อยู่หน้างาน​ และได้เข้าไปช่วยพี่น้องประชาชนได้เยอะแยะมากมาย วันนี้ที่มาคุยกัน​ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งภาคเอกชน​ รัฐบาลและจิตอาสาในพื้นที่ต่างๆ ก็ต้องขอขอบพระคุณมากๆ ของตอนนี้หลั่งไหลไปในพื้นที่ผู้ประสบภัยเยอะ ฝ่ายที่อยู่หน้างาน​ก็บอกว่าเรื่องอาหารการกินเพียงพอแล้ว แต่เราต้องมาย้อนดูว่า​ เราจะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก​ ช่วยเหลืออะไรได้อีก ตอนนี้น้ำจากภาคเหนือไปภาคอีสานแล้ว ดังนั้น​ ถ้ามีข้อมูลอะไรที่จะบอกรัฐบาลให้ซัพพอร์ต​ ยืนยันว่​า​เราพร้อมและยินดีช่วยเหลือผลักดัน และหากมีอะไรที่รัฐบาลปรับปรุงตรงไหนได้​ก็ขอให้แชร์กันตรงนี้เลย วันนี้​มีภาคเอกชนมาช่วยและพร้อมที่จะซัพพอร์ต​ ขอให้เดินเข้ามาบอกได้เลย

จากนั้นเปิดโอกาสให้หน่วยต่างๆ ได้เสนอแนะ โดย ‘แชมป์’​ กษิดิศ ธีระประทีป นักเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ตัวแทนจากสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย​ กล่าวเสนอแนะเป็นคนแรก​ว่า​ พวกเราเป็นชาวจิตอาสา​ที่เข้าไปช่วยพี่น้องชาวแม่สายในเฟสที่ 1 ทุกทีมทำได้ดี สามารถช่วยชีวิตชาวบ้านได้ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญกองทัพไท​ย​เป็นหน่วยงานที่ปิดทองหลังพระ​ ช่วยเหลือชาวบ้านได้ค่อนข้างเยอะ พล.อ.ทรงวิทย์​ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยเฉพาะในช่วงยามวิกาล หรือยามกลางคืน จิตอาสาจะไม่กล้าเข้าพื้นที่​ แต่กองทัพไทย​ยังคงลงพื้นที่ช่วยประชาชน​ ขณะที่เฟส​ 3 ในเรื่องของการป้องกัน ตนอยากเสนอให้มีการทำเขื่อนริมแม่น้ำสาย​ โดยการใช้เข็มตัว L ต่อกันทั้งสองฝั่ง และเอาดินเหนียวใส่ตรงกลาง มีแนวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร​ ตั้งแต่ด่านแม่สายแห่งที่ 1 ไปด่านแม่สายแห่งที่ 2 เชื่อว่า​จะสามารถแก้ไขปัญหาและป้องกันน้ำท่วมได้​ พร้อมให้ยกระดับถนนตรงเกาะทราย​และทำบังเกอร์​ป้องกันน้ำกัดเซาะถนน ตนจึงอยากเสนอแผนนี้ให้กับคณะกรรมการน้ำ​ผ่านท่านนายกรัฐมนตรี​ หากแผนนี้เห็นชอบ​ตนก็จะเสนอตัวเข้าไปช่วย​ เพราะตนก็เป็นวิศวกรด้วย​

Advertisement

นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบว่า​ ส่วนตัวได้ลงไปในพื้นที่และเห็นว่าเจ็ตสกีสำคัญมาก เพราะจากที่เห็นเครื่องมือใหญ่​ไม่สามารถเข้าไปช่วยชาวบ้านได้​ แต่เจ็ตสกีเข้าไปได้​ ตนจึงได้พูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ว่า​อาจจำเป็นต้องจัดซื้อหรือไม่​

จากนั้น​ตัวแทนทีมตอบโต้ภัยพิบัติ​ได้เสนอ​รัฐบาลให้เป็นตัวกลาง​จัดทำแอพพลิเคชั่น​สักหนึ่งตัว​ เป็น “กู้ภัยแห่งชาติ” ทั้งไว้ขอความช่วยเหลือและรายงานตัวหน่วยกู้ภัย เพราะที่ผ่านมาต้องไปรายงานตัวที่หน่วยงานราชการ​ เสียเวลาไปแล้วครึ่งวัน​ ซึ่งหากรายงานผ่านแอพพลิเคชั่น​นี้ได้​เขาก็จะได้สามารถเข้าหน้างานทำงานได้ทันที

ด้านตัวแทนมูลนิธิเพชรเกษม​กล่าวว่า​ เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้​ภาคเอกชนทุกหน่วยงานเป็นแขนขาให้กับรัฐบาล​ ตนจึงอยากเสนอให้รัฐบาลยกเว้นภาษีให้กับองค์กรการกุศล เพราะองค์กรการกุศลทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อประเทศ ขอให้พิจารณาและอนุเคราะห์ว่าองค์กรไหนเข้าเกณฑ์อย่างไรอยากให้ดูแลในส่วนนี้ เพราะอาสาสมัคร​ไม่ได้ต้องการอะไร ทำด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งช่วงนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังเพราะยังมีน้ำและยังมีพายุที่จะเข้ามา ขณะเดียวกัน ขณะนี้ติดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการจราจรเพราะขณะนี้มีคนเอาของบริจาคไปจำนวนมาก

ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบว่า​ เรื่องจราจรจะเร่งประสานไปที่จังหวัดให้เข้าไปแก้ไขโดยเร็ว ส่วนหน้าที่ของรัฐบาลที่ได้เน้นย้ำ​ตั้งแต่​ ศปช.ขึ้นมา เพื่อพิจารณาว่าทำอย่างไรให้ค่าเยียวยาถึงประชาชนโดยเร็วที่สุดโดยยึดตามมติเก่าก่อน เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็เห็นเส้นทางของน้ำแล้ว จ.หนองคาย ได้ประสานงานงานราชการและหน่วยงาน พร้อมยอมรับว่า​ที่แม่สายเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไปคุยทางประเทศต้นน้ำเพื่อเตรียมการรับมือในอนาคตไว้แล้ว จึงไม่ต้องห่วง รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่

จากนั้นตัวแทนกู้ภัยจาก อ.แม่สาย ได้สะท้อนปัญหาเรื่องการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ซึ่งการแจ้งเตือนเกิดขึ้นบ่อยจนประชาชนไม่มีความมั่นใจและไม่มีความน่าเชื่อถือ เมื่อน้ำมาจริงทำให้ประชาชนตั้งตัวไม่ทัน และกู้ภัยใน อ.แม่สาย เองมีอยู่เพียงสามหน่วย และที่สำคัญคือขาดเครื่องอุปกรณ์ในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในวันแรกที่น้ำมาเจ้าหน้าที่​ทุกคนก็เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่ไม่มีเรือ หรือเจ็ตสกี รวมไปถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ จะต้องรอหน่วยใหญ่ๆ ลงไปถึงพื้นที่จึงสามารถนำเครื่องมือมาช่วยประชาชนได้

ด้านนายภูมิธรรมกล่าวว่า สิ่งที่ท่านนายกฯสั่งการเป็นอันดับแรกคือการช่วยชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะสิ่งอื่นที่เสียหายสามารถหาได้ แต่ชีวิตหาไม่ได้ สิ่งที่เราทำตอนนี้ไม่ได้ทำเฉพาะพื้นราบ แต่ยังทำบนดอยด้วยเพราะถูกตัดขาดโดยมีการส่งอาหารทางเฮลิคอปเตอร์และมีการแบ่งพื้นที่การทำงานในหลายส่วน แล้วเมื่อคืนนี้ (19 ก.ย.) ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องดินโคลนยังเป็นปัญหาสำคัญ เพราะมีดินโคลนเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนประชาชนมากถึง 500-1,000 ครัวเรือน หากไม่รีบจัดการก็จะเป็นโคลนที่แห้งและจะจัดการยาก จึงได้มีการประสานงาน 4 หน่วยงานเมื่อคืนนี้ผ่านกองทัพไทย รวมถึงกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้ได้นำกำลังพลขึ้นไป เพราะหากนำเครื่องจักรใหญ่เข้าไปก็จะจัดการยากเพราะโคลนเข้าไปอยู่ภายในบ้านของประชาชน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ขณะที่กระทรวงมหาดไทยก็ได้ให้อาสาสมัครเข้ามาช่วย เช่นเดียวกับกองทัพก็ได้ส่งกำลังพลและเครื่องมือบางส่วนเข้าไปเพิ่ม พร้อมประสานงานกับจังหวัดแบ่งคนรับผิดชอบได้ชัดเจน เพื่อมาประสานงานทำงานร่วมกับส่วนกลาง ส่วนเรื่องกฎระเบียบเราคำนึงถึงเรื่องกฎหมาย แต่จะไม่ให้เป็นปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน อะไรที่เข้าทำได้ก่อนก็ให้ทำไปก่อน

“ในส่วนการเตือนภัยพายุวันที่ 20-22 กันยายนนี้ ได้ให้จิสด้าและ ปภ.และ Operator ของภาคเอกชนต่างๆ ให้แจ้งเตือนผ่านทางมือถือประชาชนเลยทันที ขณะที่ปัญหาเรื่องน้ำเรื่องไฟที่เป็นปัญหาก็ได้มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ได้มีการกระจายกำลังบางส่วนจากแม่สาย เชียงราย ไปช่วยพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะภาคอีสานที่จะต้องเตรียมรับมือกับพายุที่กำลังจะมา วันนี้การช่วยเหลือประชาชนแม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมมือกัน ทั้งภาคเอกชน หน่วยงานราชการ องค์กร จิตอาสา เราใช้กำลังทั้งหมดเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชน แต่วันนี้เราก็ยังอยากได้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะจากภาคเอกชน ส่วนเรื่องการเยียวยาคาดว่าภายในหนึ่งสัปดาห์จะได้ความชัดเจน” นายภูมิธรรมกล่าว

นายภูมิธรรม​กล่าวชี้แจง​ถึงสถานการณ์ในช่วงแรกที่เกิดภัยพิบัติว่า รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็มในการสั่งการ​ แต่นี่ไม่ใช่เงื่อนไข ได้มีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองทัพว่านายกรัฐมนตรี​มีความเป็นห่วง​ แต่ยังไม่มีอำนาจสั่งการ​ จะจัดการหารือกับทหาร เขาก็ยืนยันว่าจะต้องส่งอยู่แล้ว และส่งไปทันทีในวันที่ 10 กันยายน​

นายกรัฐมนตรีกล่าวในช่วงท้ายว่า ขอบคุณทุกคนที่สละเวลามาสะท้อนการทำงาน เชื่อว่าทุกหน่วยได้ทำงานเต็มที่ ตามหน้าที่แตกต่างกันไป ทุกส่วนส่วนสำคัญไม่ว่าจะเป็นหน้างานหรือเบื้องหลัง อยากให้ความทุกข์ของพี่น้องประชาชนสั้นที่สุด ขณะที่เรื่องของการเยียวยาก็อยากจะให้ฟื้นฟูกลับมาสู่สภาพเดิมเร็วที่สุดทั้งหมดคือศูนย์รวมน้ำใจคนไทยเพื่อที่จะช่วยคนไทยด้วยกันเอง

“วันนี้เรามาร่วมกันเพราะมีจิตใจตรงกันที่อยากจะช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นไม่มีใครทำมากทำน้อยกว่ากัน แต่ทุกคนตั้งใจที่จะช่วยจริงๆ แม้จะแค่ส่งกำลังใจ แต่ก็เป็นสิ่งดีๆ ที่ทุกคนมีกำลังใจทำงานต่อไป ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้วก็อยากให้กำลังใจคนช่วยเหลือหน้างานเพราะรู้ว่า 10 กว่าวันที่ผ่านมาเหนื่อยกันมากๆ ขณะเดียวกันก็ขอบคุณภาคเอกชนที่ส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ตรงตามความต้องการของผู้ประสบภัย” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ฝากพระราชกระแสความห่วงใยและพระราชทานโรงครัวพระราชทานมาด้วย และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นคนไทยก็ยังรักกัน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีร่วมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคไปยังพื้นที่ประสบภัย ณ บริเวณเสาธง หน้าตึกสันติไมตรี พร้อมกล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา ที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า