‘นิกร’ ชี้ ร่างรธน.ใหม่ ต้องหาจุดร่วมจากทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่พรรคเดียว แนะวางกลไกให้แก้ไขง่าย

20.09.24 | 15:54 น.

‘นิกร’ ชี้ ร่างรธน.ใหม่ ต้องหาจุดร่วมจากทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่พรรคเดียว แนะวางกลไกให้แก้ไขง่าย   

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 กันยายน ที่ห้อง Smart Classroom ชั้น 7 อาคารเกษม อุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเสวนาโครงการเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “ทบทวนรัฐธรรมนูญ 2560 สู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่” โดยมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.), นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.), นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สว., นายเข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายจำนงค์ หนูพันธ์ุ อดีตประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ร่วมเสวนา และรศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายนิกร จำนง ในฐานะคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญว่า ตนคิดเรื่องนี้มาตลอด 20 ปี จากประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา เห็นว่าความขัดแย้งมักจะนำไปสู่การยึดอำนาจ และมาออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ถือว่าผิด ทั้งนี้ตนเคยเห็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมาก่อน จึงรู้ว่าประชาชนมีความชื่นชมอย่างไร ซึ่งตนมองว่ารัฐธรรมนูญควรมีกลไกให้แก้ไขได้ เผื่อให้รัฐธรรมนูญไหลไปตามความเปลี่ยนแปลงของสังคม หากไปล็อกไว้ไม่ให้แก้เหมือนรัฐธรรมนูญ 60 มันก็จะแตก เพราะบิดตัวไม่ได้

นายนิกร กล่าวว่า ธงแรกที่ตนต้องการ คือการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องมาจากประชาชน และแก้ไขได้ง่าย ซึ่งกระบวนการต้องค่อยๆ เดินไป โดยใช้ประชาชนเป็นหลังพิง และต้องคำนึงถึงหลักของการเปลี่ยนแปลง อย่างวันนี้เรามาเถียงกันเรื่องแอปพลิเคชัน แต่หากไม่สามารถอัพเกรดเครื่องโทรศัพท์ มันก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราต้องออกแบบกระบวนการ ให้ประชาชนเข้าใจรัฐธรรมนูญเสียก่อน เพื่อให้เขาเคารพความขัดแย้ง แล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆ ตนขอไม่เอารัฐธรรมนูญแบบฟาสต์ฟู้ด

นายนิกร กล่าวว่า มองว่าเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลไม่ได้ เพราะโดยปกติ กระบวนการต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ปี ซึ่งจะทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะตัวแปรที่เราควบคุมไม่ได้มีอยู่เยอะ อย่างไรก็ตาม ธงที่เราตั้งไว้ว่าจะทำประชามติรอบแรกพร้อมการเลือกตั้ง อบจ.ทั้งประเทศ ยืนยันว่าทำได้แน่นอน เป็นการเริ่มก้าวแรกของการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Advertisement

ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลบอกว่าจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด และเชื่อว่ากระบวนการจะถูกเร่ง แต่ยอมรับว่า อาจจะไม่ทันใช้ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพราะเราไปควบคุมขั้นตอนในการแก้มาตรา 256 ไม่ได้ การทำประชามติทั้งหมด 3 ครั้ง ก็ใช้เวลาทั้งหมด 1 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม เรามีสิทธิที่จะฝัน โดยส่วนตัวมองว่าจะทำได้ทันในสภาฯ ชุดนี้ แต่อาจไม่ทันได้ใช้กฎหมายลูกในการเลือกตั้ง แต่อย่างน้อย เราก็ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

นายนิกร กล่าวว่า มีความเป็นห่วงว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีหลายธง ทั้งของพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้าน ดังนั้นปัญหาที่เราต้องระวังคือ ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญเป็นฉบับของประชาชนทั้งหมด ไม่ใช่ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มใด เพราะฉะนั้น ควรฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายด้วย แม้แต่กองทัพ และชนชั้นนำ หากเราไม่ฟังโดยรอบ ก็จะเป็นรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่ง