พรรค รบ.ถกวันนี้ พท.เชื่อเคลียร์ได้ ‘แก้ รธน.-2 พ.ร.ป.’ ย้ำไม่ได้รื้อเพื่อตัวเอง
เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะนัดพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรายมาตราในสัปดาห์นี้ว่า เนื่องจากพรรค พท.ยื่นตัวร่างไปแล้ว จะพูดคุยกันในการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) วันที่ 23 กันยายน เพื่อแจ้งให้พรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ทราบด้วย
เมื่อถามถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นเริ่มไม่เห็นด้วยเรื่องแก้ไขมาตรฐานจริยธรรม เพราะเกรงว่าจะเอื้อประโยชน์ให้นักการเมือง และอาจถูกร้องตีความ ในส่วนนี้จะพูดคุยกันอย่างไรเพื่อได้ข้อสรุป นายวิสุทธิ์กล่าวว่า จริยธรรมไม่ใช่ว่าเราจะให้ไม่มี เรายังจะให้มีอยู่ แต่ต้องมีขอบเขตว่าประมาณไหน คนจะได้ระมัดระวังไม่ทำต่อ ยกตัวอย่างเช่น กรณีของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เสียงข้างมากเกินมาเพียงแค่หนึ่งเสียงก็พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว เราจึงเห็นว่าควรจับเพิ่มในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่านี้ได้หรือไม่
นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ย้ำว่าเรื่องจริยธรรมยังต้องมีอยู่ นอกจากนี้ ยังต้องมาดูเรื่องลหุโทษว่าจะต้องเป็นอย่างไร เช่น หากไปขับรถชนตายมา ก็ต้องมาดูว่าขาดจริยธรรมหรือไม่ หากได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า หากพูดคุยในวิปรัฐบาลแล้ว มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภา นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เราต้องคุยกันก่อน เพราะเราเป็นรัฐบาลพรรคร่วม ฉะนั้นต้องตัดสินใจร่วมกัน
นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค พท.จะนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ประเด็นมาตรฐานจริยธรรมที่ยังมีเสียงคัดค้านจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า เชื่อว่าจะทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลได้ เนื่องจากเรื่องมาตรฐานจริยธรรมต้องแก้ไขให้เกิดความชัดเจน พรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาตีความไม่ชัดเจน นอกจากนี้ ตนยังเห็นด้วยกับการแก้ไขให้ใช้เสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ใน 3 ในการพิจารณาสอย ส.ส.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนการใช้เสียงข้างมาก โดยเฉพาะคดีสำคัญเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของนักการเมือง อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศ เช่น คดีถอดนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องใช้เสียง 2 ใน 3 เป็นเกณฑ์ เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้มาจากตัวแทนประชาชน
“แม้จะมีแรงต้านในการแก้ไขก็ต้องทำความเข้าใจ ถ้าไม่แก้ก็อยู่เหมือนเดิม นักลงทุนที่ไหนจะกล้ามาลงทุนในประเทศไทย มั่นใจว่าจะได้รับความเห็นชอบจากเสียงในสภา และพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม” นพ.เชิดชัยกล่าว

