หน้าแรก การเมือง ‘นันทนา’ โอด ...

‘นันทนา’ โอด แม่ค้าขายหมูปาดหน้าเค้กนั่งกมธ.พัฒนาการเมืองฯ แฉ มีการล็อบบี้ ทำผิดฝาผิดตัว

23.09.24 | 13:06 น.

‘นันทนา’ โอด แม่ค้าขายหมูปาดหน้าเค้กนั่งกมธ.พัฒนาการเมืองฯ แฉ มีการล็อบบี้ ทำผิดฝาผิดตัว

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 กันยายน  2567 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ ส.ว.กลุ่มสีน้ำเงิน ล็อกเก้าอี้ประธานทุกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่า วันนี้จะมีวาระเรื่องการตั้ง กมธ.ประจำวุฒิสภา 21 คณะ และตอนนี้ได้มีการจัดสรร ส.ว.เข้าไปดำรงตำแหน่งอยู่ใน กมธ.ชุดต่างๆ ทั้ง 21 ชุด ทั้งนี้ มี ส.ว.บางชุดแสดงความจำนงเกินกว่าจำนวน 18 คน และสุดท้ายมีการเกลี่ย ส.ว.เข้าไปใน กมธ. โดยหลักการในการเกลี่ยนั้น อย่างแรกควรจะดูในกลุ่มอาชีพของ ส.ว.ที่เข้ามา

น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า แต่ในความเป็นจริงใช้วิธีการโหวต คือให้ผู้ที่สมัครเข้ามาใน กมธ.ทำการเลือกกันเองให้ได้เหลือ 18 คน จึงปรากฏได้ ส.ว.ที่ผิดฝาผิดตัวลงอยู่ใน กมธ.ไม่ตรงกับกลุ่มที่เขาเข้ามาอยู่ใน ส.ว. เช่น บางท่านอยู่ในกลุ่มท่องเที่ยว เมื่อสมัครเข้าไปอยู่ใน กมธ.การท่องเที่ยวแล้วนั้น ก็ไม่ได้รับเลือกจากการโหวตและตนก็เป็นผู้รับผลกระทบในการเกลี่ยในครั้งนี้ด้วย

“ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเกลี่ยตรงนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งดิฉันสื่อสารทางด้านการเมือง และทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองมาโดยตลอด ดิฉันถูกโหวตออกจาก กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้คนที่ขายหมูเข้ามาอยู่ใน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ผลจากการโหวตผู้ที่สมัครเข้ามาก็ใช้เสียงข้างมากเช่นเดิม ขอฟ้องประชาชนว่าขบวนการที่จะคัดสรรผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง กมธ.ไม่ได้เป็นไปตามฐาน หรือโปรไฟล์กลุ่มของคนที่มาสมัครเป็น ส.ว.แต่มาจากกระบวนการที่ใช้เสียงข้างมากในการโหวต“ น.ส.นันทนากล่าว

น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จึงได้คนที่เข้ามาเป็น กมธ.ไม่ตรงกับบทบาทภาระหน้าที่ ยังไม่ต้องพูดถึงประธานที่มีการล็อกตัวไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ ส.ว.ในกลุ่มยังไม่ครบ แต่มีประธานครบทั้ง 21 กลุ่มเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม และกลุ่มคนที่จะเข้ามาเป็น ส.ว.ก็ไม่ได้แสดงความรู้ ความสามารถให้ตรงกับบทบาทของ กมธ.

Advertisement

ด้านนางกัลยา ใหญ่ประสาน ส.ว.กลุ่มเกษตรกร กล่าวว่า ตนอยากเข้า กมธ.การเกษตรมาก แต่เมื่อเข้าไปในห้องที่มีการคัดเลือกก็เห็นว่ามันมีการเตรียมการไว้แล้วว่าจะให้ใครเข้าไปอยู่ใน กมธ.นี้ ซึ่ง ส.ว.ที่เห็นสถานการณ์นี้ได้มีการระบุว่าถ้าจะให้แฟร์ไม่ควรมีการโหวต เพราะรู้ว่าเป็นคนส่วนข้างน้อยยังไงก็แพ้ และอยากให้มีการจับสลาก ซึ่งเขาก็ให้มีการโหวตว่าจะมีการจับสลากหรือไม่ ผลปรากฏว่าส่วนข้างน้อยยกมือกันก็แพ้ และเมื่อมีการโหวตเลือกกันเองก็ไม่ให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ หลายคนก็รู้จักแล้วเราจึงถูกคัดออก