‘ภูมิธรรม’ นัดหน.พรรคร่วม ถกประเด็นแก้รธน. สัปดาห์นี้ ลั่นไม่ต้องการรื้อล้าง แค่ให้มีกติกาที่ยุติธรรม

23.09.24 | 15:33 น.

‘ภูมิธรรม’ นัดหัวหน้าพรรคร่วม ถกประเด็นแก้ รธน.สัปดาห์นี้ ลั่นไม่ต้องการรื้อล้าง เพราะไม่ใช่นิติสงคราม แค่ให้มีกติกาที่ยุติธรรม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า มีความเป็นไปได้ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เดินมาขณะนี้เกือบจะครบกระบวนแล้ว แต่มีปัญหาที่กฎหมายประชามติ จึงเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขโดยการทำประชามติก่อน จึงจะสามารถแก้ไขได้ ขณะนี้กฎหมายประชามติก็เข้าสู่วาระที่จะสำเร็จแล้ว

“และเมื่อเรื่องเข้าสภาแล้วก็ขอร้องว่า อย่าเอาแต่ใจตัวเอง ต้องคำนึงถึงความถูกต้องเป็นธรรมซึ่งมีกระบวนการอยู่แล้ว หากสามารถทำได้ปล่อยให้ผ่านไปได้ กระบวนการที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมก็จะเกิดขึ้น แต่ที่เราคิดไว้ก็มีหลายเรื่องที่ยังไม่ควรไปแตะ เพราะจะเกิดความขัดแย้งในสังคม การวิพากษ์วิจารณ์หรือด่าเราว่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้เราไม่สนใจ เพราะถือว่าสิ่งนี้คือหนทางที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะวิกฤตในประเทศและสามารถจะแก้ไขได้ แต่ถ้ายังยืนยันว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ก็กลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมเท่านั้นเอง ซึ่งผมไม่อยากจะใช้คำแรงว่าเรื่องนี้มันเป็นวุฒิภาวะทางการเมือง เป็นความเข้าใจทางการเมือง ถ้าเข้าใจก็จะเห็นกระบวนการการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนการแก้รายมาตรานั้นเราไม่ได้มีเจตนาเพื่อจะแก้ เพื่อพรรคการเมืองหรือนักการเมือง ถ้าเข้าใจถึงกระบวนการของประเทศ ที่ทุกวันนี้ที่ไร้เสถียรภาพจนต้องเผชิญกับวิกฤต มันเกิดขึ้นเพราะความไม่มีเสถียรภาพของการเมือง เพราะฉะนั้นถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ขณะที่กระบวนการการแก้ไขปัญหายังเป็นนามธรรมมาก และก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ซึ่งความหมายของผมคือตามอำเภอใจ ถ้าไม่ใช่ตามอำเภอใจก็ต้องมีหลักมีเกณฑ์มากลั่นกรอง ซึ่งเดิมเรามีสามอำนาจคือฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และกระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้ดูเหมือนมีอำนาจอธิปไตยเพิ่มขึ้นมาอีกหลายหน่วยงาน หลายหน่วยงานถูกตั้งขึ้นมาเพื่อหวังให้เกิดการบาลานซ์ แต่กลายเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุด เมื่อปฏิบัติแล้วคนอื่นปฏิบัติไม่ได้ซึ่งถ้าไปดูในโลกบางองค์กรก็ไม่เคยมี ทุกอย่างต้องมีบาลานซ์ของมันเพราะฉะนั้นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ก็เพื่อทำให้ความชัดเจนของเสถียรภาพทางการเมือง สามารถเดินไปได้ไม่ใช่หมายความว่าจะแก้เพื่อให้ตัวเราสามารถคอร์รัปชั่นกันได้ หรือเพื่อพวกพ้องมันไม่ใช่ เราเพียงต้องการแก้เพื่อให้มีความชัดเจน

ถ้าจะบอกว่าเรื่องของจริยธรรมก็ต้องบอกเลยว่ามากน้อยแค่ไหนอะไรคือจริยธรรมหรือไม่มีจริยธรรมอย่างน้อยกฎหมายก็ต้องตีกรอบว่ากันทำแค่ไหนถึงผิด ถ้าเห็นควรเพิ่มเติมอย่างไร ก็ต้องไปเพิ่มกฎหมายแต่ไม่ใช่ว่าเจ้าตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าทำผิดจริยธรรมหรือเปล่า แต่พอตัดสินใจไปแล้วก็ถูกระบุว่าผิด โดยเป็นการตัดสินใจจากคณะกรรมการคณะหนึ่งกลายเป็นการล้มล้างประชามติของคนทั้งประเทศมันไม่ได้

Advertisement

“เราไม่ได้หมายความว่าให้ยกเลิกไปเลยแต่ทุกอย่างควรมีบาลานซ์ เราต้องดูอย่างสมเหตุสมผลสิ่งไหนที่แก้ได้ก็ควรแก้ อย่างวันนี้เราไม่จำเป็นต้องแก้อะไรมากเราเพียงแก้ในเรื่องการเมืองเพื่อให้เกิดความมีเสถียรภาพเพราะการมีเสถียรภาพของการเมืองมีความสำคัญกับเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนกระบวนการการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับมีกระบวนการอยู่แล้วก็ไปว่ากันเองแต่วันนี้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนก่อน” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีการพูดคุยกับทางพรรคร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจนแล้วหรือยัง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมบ้างแล้วอย่างไม่เป็นทางการ แต่ในส่วนของประเด็นที่อยากแก้อาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งขณะนี้ในส่วนของวิปรัฐบาลได้มีการคุยกันบ้างแล้ว แต่สำหรับหัวหน้าพรรคขณะนี้ตนได้ประสานแล้วจะนัดวันเวลาให้ตรงกันเพื่อที่จะพูดคุยร่วมกันทั้งหมด ไม่วันอังคารก็วันพุธนี้ เพราะส่วนตัวคิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อคณะกรรมการชัดเจนแล้ว หัวหน้าพรรคก็จะได้เคลียร์กัน เพื่อให้เกิดกระบวนการการแก้ไขจะได้เกิดขึ้น ส่วนตัวคิดว่าอย่าไปคิดว่าแก้ได้หรือไม่ได้แบบเดิมๆ วิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบกับประชาชนวันนี้ทุกคนก็เห็นซึ่งการแก้ไขก็จะสามารถช่วยแก้วิกฤตตรงนี้ได้

เมื่อถามว่าขั้นตอนตรงไหนที่น่าหนักใจบ้าง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้าถามถึงความกังวลใจก็ต้องตอบว่ากังวลใจในทุกขั้นตอน เพราะทุกอย่างแปรผันด้วยกรอบการตัดสินใจของมนุษย์ แต่สิ่งสำคัญในฐานะกลุ่มผู้ที่ต้องการจะแก้ไขถ้าเราชัดเจนแล้วก็ต้องชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบว่าเป้าหมายของเราคืออะไรและเราต้องการจะทำอะไรและผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรเรื่องนี้ต้องชี้แจงเราไม่ต้องการทำทุกอย่างจนทำให้เขารู้สึกว่าเรากำลังจะมารื้อล้าง หรือเป็นแค่ความจำเป็นในการแก้ปัญหาที่เราเห็นในฐานะที่เราเป็นรัฐบาล เราจะต้องรู้ว่าอะไรคืออุปสรรคในการทำงานยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบไม่กระทบเพราะทุกวันนี้กระบวนการตรวจสอบเข้มข้นที่สุดแล้ว

เมื่อถามว่าเตรียมรับมือกับกระบวนการตรวจสอบที่มาในลักษณะของนิติสงครามอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่อยากให้ใช้คำว่านิติสงครามเพราะเป็นคำที่น่ากลัว สงครามคือการทำลายล้าง ส่วนตัวคิดว่ากระบวนการในขณะนี้ในส่วนใดที่คิดว่าเป็นข้อบกพร่องก็นำมาแก้ไขและไม่คิดว่าจะมีใครคิดอะไรขึ้นมาเพื่อไปทำร้ายคนอื่น ขณะนี้ปัญหาจบอยู่กระบวนการยุติธรรม สิ่งที่เราต้องการ คือการทำให้กระบวนการยุติธรรมนั้นสามารถอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นได้ จะนิติหรือไม่นิติ แต่สงครามย่อมต้องมีผู้เล่น ผู้สู้ มีอาวุธเท่ากันหรือไม่เท่ากันก็ต้องแสดงให้เห็น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่สงคราม มันเป็นกติกาที่จะทำให้การพิจารณาเรื่องต่างๆ มันเบี่ยงเบน