ต้อม-วัฒนา ช่างเหลา เปิดใจลาออกจากภูมิใจไทย ย้ายเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย 1 วัน ก่อนลงสมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.ขอนแก่น หวังนำพาขอนแก่นก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง เผยแม้อยู่คนละพรรคกับพ่อ แต่ไม่ส่งผลกับการทำงานพัฒนาขอนแก่น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กันยายน นายวัฒนา ช่างเหล่า สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น กรณีแทนตำแหน่งที่ว่าง เปิดใจกับสื่อมวลชนกรณีลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แล้วย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ขอนแก่น เพียง 1 วันว่า วันนี้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพราะได้ไปดำเนินการสมัครตั้งแต่เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.) และด้วยนโยบายของพรรคเพื่อไทยทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นนโยบายที่โดนใจชาวบ้าน สามารถเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจและบ้านเมืองได้ ถือเป็นแนวทางที่ค่อนข้างตรงกันกับความตั้งใจของตนเอง จึงตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย
นายวัฒนากล่าวว่า การย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ในขณะที่พ่อ (นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย) ยังเป็น ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยอยู่นั้น โดยส่วนตัวเป็นคนตัดสินใจเอง ซึ่งพ่อก็ยังแฮปปี้ดี ได้คุยกันว่าแนวทางการทำงานอาจไม่ตรงกัน จึงต้องขออนุญาตกับทางบ้านว่าจะขอมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เพราะนโยบายหลายอย่างของพรรคเพื่อไทยตอบโจทย์ แม้ว่าตนและพ่อจะอยู่คนละพรรคก็ไม่มีปัญหากับการทำงาน

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าตนย้ายออกจากพรรคภูมิใจไทยมาอยู่พรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ส่งเสริม หรือหนุนให้ลงสมัครนายก อบจ.นั้น นายวัฒนากล่าวว่า เรื่องนี้ขอไม่ตอบ ขอให้เป็นเรื่องของพรรคดีกว่า
เมื่อถามว่า การย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย ส่วนพ่อยังอยู่พรรคภูมิใจไทย เป็นกลยุทธ์ในการดึงคะแนนเสียงจากผู้สนับสนุนของแต่ละพรรคเพื่อชนะคู่แข่งหรือไม่ นายวัฒนาตอบสั้นๆ ว่า มองว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะการหาเสียงจะเน้นนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นหลักอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะสอดรับกับแนวคิดของตัวเองคือ “อบจ.ขอนแก่น ต้องดีกว่าเดิม” หรือไม่ นายวัฒนาตอบว่า อบจ.ขอนแก่น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาเกือบ 28 ปีแล้ว ดังนั้น วันนี้จึงได้เข้ามาอาสา เพราะขอนแก่นต้องก้าวต่อไปข้างหน้า เนื่องจากที่ผ่านมา อบจ.ขอนแก่น ขาดการพัฒนามานาน ก่อนหน้านี้เคยเป็นรองนายก อบจ.ขอนแก่น มาประมาณ 7 ปี ก็ได้รับรู้รับทราบข้อมูลมาโดยตลอด ในช่วงที่เป็ร ส.ส.ก็ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับถนนหนทางและอีกหลายๆ อย่างที่ควรจะได้รับการแก้ไข

“วันนี้อาสาเข้ามาเพื่อนำพา อบจ.ขอนแก่น ให้เข้าสู่ยุคใหม่ ผมเป็นเหมือนตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาเพื่อบริหารบ้านเมือง ต้องการพา จ.ขอนแก่น ก้าวต่อไปข้างหน้า” นายวัฒนาระบุ
นายวัฒนากล่าวถึงนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงจากชาวขอนแก่นว่า ขณะนี้นโยบายที่กำลังดำเนินการอยู่ แบ่งออกได้ประมาณ 8-9 ด้าน แต่ละด้านเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นภาระหน้าที่ที่ อบจ.รับผิดชอบ โดยหลักๆ จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องถนนหนทาง
“ที่ผ่านมาจะเห็นข่าวความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ปรากฏทางสื่อมวลชนว่ามีชาวบ้านไปสวมใส่ชุดอวกาศ เดินบนถนนที่มีสภาพชำรุดผุพัง มีชาวบ้านมาปลูกต้นข้าว ต้นกล้วย รวมทั้งนั่งอาบน้ำบนถนน เนื่องจากถนนไม่มีการปรับปรุงแก้ไขมาหลายสิบปี สาเหตุหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดคือ อบจ.ได้รับการถ่ายโอนถนนมาจากทางหลวงชนบท ซึ่งในช่วงแรกๆ ของการถ่ายโอนอาจได้งบประมาณในการดูแลถนน แต่พอปีหลังๆ กลับไม่ได้งบประมาณดูแลในส่วนนี้ ทำให้ อบจ.ดูแลถนนหนทางในส่วนนี้ไม่ไหว กลายเป็นปัญหารื้อรังมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่จะเข้ามาแก้ไข” นายวัฒนากล่าว

นายวัฒนากล่าวด้วยว่า ต่อมาคือเรื่องปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน ฉะนั้น การลดปริมาณของขยะจึงเป็นอีกนโยบายที่เราจะดำเนินการ ด้วยการทำโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ซึ่งจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ต่อไป รวมถึงนโยบายหนึ่งตำบล หนึ่งศูนย์กีฬา เพื่อสนับสนุนเยาวชนไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะเมืองขอนแก่นถือเป็นเมืองกีฬา เราผลิตนักกีฬาที่มีชื่อเสียงมากมาย แต่บ้านเรากลับให้ความสำคัญกับการกีฬาน้อยมาก จึงอยากให้มีกีฬาเข้าไปในทุกตำบล เพื่อสร้างนักกีฬาอาชีพขึ้นมาใน จ.ขอนแก่น รวมทั้งนโยบายเกี่ยวกับการสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบัน รพ.สต.ถูกถ่ายโอนมาอยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ. แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เห็นว่า อบจ.จะมีการกำหนดทิศทางของ รพ.สต.อย่างไร เบื้องต้นได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อที่จะทำบันทึกความร่วมมือกันในการเพิ่มทางเลือกการช่วยเหลือสำหรับผู้ป่วย ซึ่งรายละเอียดของแต่ละนโยบายเราจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

