หน้าแรก การเมือง พท.ยอมถอยแก้ ...

พท.ยอมถอยแก้ รธน.ปมจริยธรรม อ้างไม่ได้เป็นคนเริ่ม ‘อนุทิน’ หนุนตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างทั้งฉบับ

25.09.24 | 06:40 น.

พท.ยอมถอยแก้ รธน.ปมจริยธรรม อ้างไม่ได้เป็นคนเริ่ม ‘อนุทิน’ หนุนตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างทั้งฉบับ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องพูดคุยกัน และตอนนี้รัฐบาลขอโฟกัสเรื่องน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องพักเอาไว้ก่อนหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ให้เป็นเรื่องที่อยู่ในสภา รัฐบาลต้องทำงานให้พี่น้องประชาชนก่อน

เมื่อถามว่า ดูเหมือนพรรคร่วมรัฐบาลจะมีบางพรรคกลับลำ อาทิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปรากฎว่ารองนายกฯ และรัฐมนตรีที่ยืนอยู่ด้านหลังนายกฯ หัวเราะ ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ซึ่งยืนอยู่ด้วย ได้กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า ไม่ได้กลับลำ แต่ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนก่อน

เมื่อถามว่า ยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องพูดคุยกัน จริงๆ แล้วไม่อยากให้นักข่าวถามแบบนี้ในเรื่องการกลับลำ เพราะจริงๆ แล้วก่อนจะเข้าประชุม ครม.ได้คุยกันทั้งก่อน และหลังการประชุม เราคุยกันหลังไมค์ เข้าใจกันอยู่แล้ว ได้คุยกับรองนายกฯ หลายๆ ท่าน หัวหน้าพรรค และรัฐมนตรีด้วย เรามีความคิดเหมือนกันว่าตอนนี้สิ่งที่รัฐบาลควรเน้นย้ำคือเรื่องของพี่น้องประชาชน

Advertisement

เมื่อถามว่า เวลาจะแก้รัฐธรรมนูญจะกลายเป็นว่าจะแก้กันสุดซอย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกัน รัฐบาลเข้มแข็งคือสิ่งที่ดีของพี่น้องประชาชน ฉะนั้น จำไว้ว่าอยากให้รัฐบาลเข้มแข็งต่อไป และขอให้นักข่าวไม่ถามอะไรที่เป็นการยุแยง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ พูดได้หรือไม่ว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่วาระเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมาเวลาเปลี่ยนรัฐบาล จะพุ่งเป้ามาที่การแก้รัฐธรรมนูญ น.ส.แพทองธา รกล่าวว่า สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือสถานการณ์น้ำท่วม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรค ภท.และพรรค รทสช.แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรม ว่า พยายามจะนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลคุยเร็วที่สุด หากเห็นด้วยเหมือนกัน ก็ไปด้วยกัน ถ้าไม่เห็นด้วย ยังไม่ต้องไป ยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากพรรค พท.แต่เป็นข้อเสนอจากหัวหน้าพรรคการเมืองหลายพรรคที่แสดงความไม่สบายใจ จึงเริ่มต้นคุยเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ผลจะเป็นอย่างไรต้องรอพรรคร่วมรัฐบาลคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนเป็นคนอยากให้แก้รัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่คุยกับตนฟังดูเกือบทุกพรรค แต่ถ้าคุยทางการ ต้องคุยหลายพรรค

เมื่อถามว่า เหตุใดไม่รอให้แก้ประเด็นจริยธรรมในการแก้ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดลึกแบบนั้น อะไรที่คิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ และความจำเป็นแต่ละคนไม่เท่ากัน ต้องหารือให้ชัดเจน ทุกอย่างที่แก้คือผ่านตัวแทนประชาชน และฟังความเห็นมันสง่างามทั้งหมด

ด้านนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีท่าทีของพรรค ภท.ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเรื่องมาตรฐานจริยธรรม ว่า คิดว่าคนการเมืองคือคนสาธารณะ หากไม่อยากให้ถูกตรวจสอบ ก็มาเล่นการเมืองไม่ได้ แม้จะไม่ได้มาเป็นรัฐมนตรี แค่มาเป็นที่ปรึกษา เลขานุการ หรือรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง หรือคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นด่านแรกของการตรวจสอบ คิดว่าคนที่จะเข้ามาทำงานสาธารณะรับใช้บ้านเมือง ใช้อำนาจรัฐในการบริหารราชการแผ่นดิน หากไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ นักร้องมีอยู่ทั่วไป เขาก็ร้องได้ในสิ่งที่เราทำผิด หากเขาร้องในสิ่งที่ไม่ได้ทำผิด พิสูจน์อย่างไรก็ไม่ผิด แล้วเขาจะถูกดำเนินคดีในการที่จะถูกฟ้องกลับ

เมื่อถามว่า ถือเป็นจุดยืนของพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่จุดยืน แต่เป็นวิถีชีวิต หากพวกตนไม่อยากถูกตรวจสอบ ก็จะทำธุรกิจอยู่ที่บ้าน เสียภาษีตามที่ต้องเสีย

นายอนุทินกล่าวอีกว่า เท่าที่คุยกับ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเหล่านี้ ท่านบอกว่าหากทำดีทุกอย่างจะไปกลัวอะไร ทำถูกต้องก็พร้อมที่จะถูกตรวจสอบ เข้ามาทำงานไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปัญหาต่างๆ เยอะแยะมากมายที่รัฐบาลจะต้องแก้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่อะไรก็ตามที่เอื้อตัวเอง เอื้อพรรค ผิดตั้งแต่นับหนึ่งแล้ว

เมื่อถามว่า พรรค พท.นัดพูดคุยวันที่ 1 ตุลาคม พรรค ภท.จะยืนยันตามนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการนัดหมาย แต่แนวทางก็จะเป็นตามนี้อยู่แล้ว และที่นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง แถลงก็ถือเป็นมติของพรรคไปแล้ว

เมื่อถามว่า แบบนี้ก็จะตรงกับสิ่งที่ประชาชนมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นการแก้เพื่อนักการเมืองเองใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าให้ไปถึงจุดนั้น เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการบัญญัติไว้อยู่แล้วว่าต้องทำเพื่อประเทศ และประชาชน ห้ามทำเพื่อตัวเอง

ที่พรรค ภท.นายกรวีร์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค แถลงการประชุม ส.ส.ประจำสัปดาห์ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องเดินหน้าสู่การทำประชามติ ซึ่งขณะนี้กฎหมายประชามติได้ผ่านชั้น ส.ส.แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ส.ว.คาดว่าอีกไม่นานจะมีการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการยอมรับจากคนในสังคม และเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ผ่าน ส.ส.ร.จะเป็นวิธีการที่ทำให้สังคมเกิดการยอมรับในกติกาการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม คิดว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญควรแก้ไขทั้งฉบับ และควรจะเป็นคนกลางจากทุกภาคส่วนในรูปแบบของ ส.ส.ร.ที่เคยทำกันมา ทั้งนี้ หากแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเดินไปสู่การแก้ไขมาตรา 256 และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ที่ไม่ควรจะแตะต้อง

ที่อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 มีการประชุม ส.ส.พรรค พท.ประจำสัปดาห์ นำโดยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค มีรัฐมนตรี แกนนำพรรค และ ส.ส.ทยอยมาเดินทางร่วมประชุม อาทิ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้มาร่วมประชุมแล้วเนื่องจากติดภารกิจต่อเนื่องที่ทำเนียบฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า นายชูศักดิ์ได้กล่าวต่อที่ประชุมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราประเด็นจริยธรรม โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดมาจากพรรค พท.แต่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลเป็นผู้เสนอเข้ามา ทำให้ ส.ส.ในพรรคเห็นตรงกันว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น พรรค พท.จะไม่ผลักดันเรื่องดังกล่าวต่อ เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ได้ริเริ่มมาจากพรรค พท.