หน้าแรก การเมือง กม.ชาติพันธุ์...

กม.ชาติพันธุ์วุ่นต่อ มติสภาโหวตให้ถอน หลังรบ.โวยเจอแก้ยับ ครูมานิตย์-วิโรจน์โต้กันนัว

25.09.24 | 19:41 น.

‘ครูมานิตย์-วิโรจน์‘ โต้นัวทำคอนเทนต์ กม.ชาติพันธุ์ หลัง เสียงข้างมาก ไม่พอใจจี้ถอนร่างกลับไปทบทวนใหม่ เหตุไม่ใช้เนื้อหา ครม.

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุ พ.ศ… ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาวาระ 2 โดยที่ประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จนต้องพักการประชุม ทำให้กว่าจะผ่านการพิจารณามาตรา 3 ว่าด้วยคำนิยามไปได้ ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก แต่เรื่องชาติพันธุ์ กมธ.ได้ลงมติเห็นด้วยกับเสียงข้างน้อย จนทำให้ที่ประชุมต้องหยุดพักการประชุม เพื่อหารือถึงประเด็นนี้ว่า จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จนได้ข้อสรุปว่า ให้ดำเนินการตามเสียงข้างน้อย

ส่วนการพิจารณา ในมาตรา 4 ว่าด้วยการให้รัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ. ซึ่งกมธ.เสียงข้างมาก ได้ตัดอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออก เหลือไว้เพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รักษาการตาม พ.ร.บ. และตัดถ้อยคำที่ระบุว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของตนเอง มีการท้วงติงจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่มองว่า การแก้ไขกฎหมายที่ผิดไปจากฉบับของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้มีปัญหาในการปฏิบัติ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เหลือเพียงกระทรวงเดียว จึงเสนอให้ถอนเนื้อหาออกไป เพื่อทบทวนให้มีความรอบคอบ และรัดกุม และให้กลับไปใช้ร่างเดิมที่รับมาตั้งแต่แรกคือของครม. ทำให้ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย พรรค พท. แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอถอนเนื้อหา

ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายคัดค้านและเสนอญัตติให้สภาฯ พิจารณาเดินหน้าในวาระ 2 ต่อ เพราะถือเป็นครั้งแรกที่เสนอร่างกฎหมายโดยภาคประชาชน พรรคการเมือง และรัฐบาล ทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียด โดย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรค พท. อภิปรายว่า ในที่ประชุมวิปรัฐบาลก็ยังสับสนกันอยู่ แต่พวกเราก็เห็นความตั้งใจในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ แต่ระหว่างผู้ชี้แจงกับพวกเราก็ยังคุยกันไม่เข้าใจ แต่คิดว่า น่าจะแก้ปัญหาได้เมื่อเข้าสู่สภาฯ เพราะเราไม่อยากเห็นฝ่ายรัฐบาลรังแก ที่พูดคำสองคำก็โยนความผิดมาให้พวกตนว่า มีเจตนาร้าย ตนนั่งดูด้วยความอดทน พยายามสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่อยากให้สังคมเห็นว่า รังแก เพราะไม่มีผู้แทนคนไหนทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน หากเป็นผลประโยชน์กับประชาชน ตนไม่เข้าใจที่โหวตก็แอบดูว่า เขาโหวตอะไรกัน ก็โหวตตามเขา ทั้งที่นี่เป็นกฎหมายฉบับแรก และตนเห็นใจพรรค ปชน. และภาคประชาชนที่เสนอร่างกฎหมายนี้มา ซึ่งเป็นทั้งของรัฐบาล พรรค ปชน. และภาคประชาชน

“ผมพูดแบบแฟร์ๆ ฉะนั้น อย่าทำลายชนกลุ่มที่เขามีเจตนา ขอให้ถอนไปก่อนแล้วมาเจรจากัน สภาฯ ไม่ล่มหรอกครับ เพราะ 4 ปีนี้เขาไม่ปฏิวัติ อย่างไรก็อยู่ครบ หากเป็นนิมิตรหมายที่ดีก็ไม่เป็นปัญหา อย่าเอาแพ้ชนะกันเลย ขอให้ถอนออกไปก่อน แล้วไม่กี่สัปดาห์ก็นำเข้ามาอีก ผมในนามที่อยู่ในพรรครัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็พร้อมจะช่วยเข็น ทุกคนมีเหตุผล อย่าเอาชนะคะคาน ไปทำคอนเทนต์กันเถอะ ขอให้เอาประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นหลัก ขอให้ถอนออกไปก่อน หากดื้อดึงกันเลย เพราะหากไม่ถอนก็จะเดินกันไม่ได้และจะมีปัญหากันเรื่อยๆ” นายครูมานิตย์ กล่าว

Advertisement

ทำให้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ลุกใช้สิทธิพาดพิงสวนทันทีว่า เข้าใจนายครูมานิตย์ดี ปกติก็พูดคุยกันดี แต่ที่ท่านบอกว่าทำคอนเทนต์ ตนคิดว่าไม่ใช่ ซึ่งตนติดตามการประชุมตลอด แต่การที่ครูมานิตย์พูดเหมือนเป็นการกล่าวหาประธาน กมธ. เพราะเห็นว่า กมธ.ก็ชี้แจงครบถ้วนดี ดังนั้น ที่ประชุมไม่จำเป็นต้องถอนออกไป ตนไม่รู้ว่า จะถอนเพื่อประสงค์ของใครกันแน่ ซึ่งตนรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ยุติธรรมที่สุด หากมีความเห็นไม่ตรงกันก็ใช้สภาฯ ลงมติ แต่อย่ามาสร้อย ทำคอนท้งคอนเทนต์ หรือปรามาสประธาน กมธ. อย่างนี้ รัฐประหารไม่มีแน่ แต่ยุบสภาฯ มีแน่นอน

ทำให้ นายครูมานิตย์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า ตนไม่อยากทะเลาะกับนายวิโรจน์ และตนมีเจตนาดี ไม่ได้มีเจตนาร้าย ตนไม่ได้ว่าประธาน กมธ.ไม่รู้เรื่อง แต่คุยกันไม่เข้าใจ แต่อาจจะใช้คำผิด เพราะเป็นครูบ้านนอก ไม่ใช่เด็กกรุงเทพฯ และหากเป็นเรื่องที่ตนพูดผิดว่า เขาไปทำคอนเทนต์ ก็ขอถอนออก

จากนั้น ที่ประชุมลงมติด้วยคะแนน 255 เสียง ให้ถอนร่างออกไป ไม่เห็นด้วย 137 เสียง ทำให้ กมธ.ต้องถอนร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป ซึ่งถือว่า เป็นกฎหมายฉบับที่ 3 ที่กมธ.ต้องถอนออกไปทบทวนใหม่ โดยก่อนหน้ามี 2 ร่างคือร่างพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) หรือกฎหมายห้ามตีเด็ก และร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น จากนั้น ประธานได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 18.02 น.