เปิดร่างกม.คดีอาญานักการเมือง ให้พ้นตำแหน่งทันที หากศาลรับฟ้อง – ห้ามถอน เปิดช่องอุทธรณ์ จำเลยต้องยื่นเองภายใน 30 วันถ้าติดข้อกฎหมาย ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชี้ขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ศาลฎีกาส่งให้กรธ.ประกอบพิจารณา มีทั้งหมด 71 มาตรา 7 หมวด และบทเฉพาะกาล มีเนื้อหาที่ น่าสนใจดังนี้ มาตรา 22 เมื่อศาลรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น มาตรา 31 กำหนดให้ เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องเว้นแต่จะได้ความว่าหากไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจะกระทบกระเทือนต่อความยุติธรรม มาตรา 33 การกำหนด ไม่นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีมาเป็นส่วนหนึ่งของอายุความและในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีในระหว่างนั้นไม่ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ
ส่วนหมวด 6 เป็นเรื่องใหม่คือ การอุทธรณ์คำพิพากษา ได้ระบุวิธีการไว้ในมาตรา 62 และ 63 ว่าให้ดำเนินการได้ภายใน 30 วัน นับแต่มีคำพิพากษาของศาลแต่จะอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อจำเลยมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานของศาลเท่านั้น มิเช่นนั้นศาลจะไม่รับอุทธรณ์ ขณะเดียวกันยังกำหนดหลักการอุทธรณ์ไว้อีกชั้นหนึ่งในมาตรา 66 กรณีที่ ผู้พิพากษาในองค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์หรือประธานแผนกคดีอาญาฯ เห็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แตกต่างกัน จะเสนอให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหานั้นโดยที่ประชุมใหญ่ก็ได้ และให้ถือคำวินิจฉัยนั้น เป็นคำพิพากษาโดยที่ประชุมใหญ่ของศาล แต่ทั้งนี้ บทเฉพาะกาล มาตรา 70 และ มาตรา 71 กำหนดให้ คดีที่ยื่นฟ้องก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ใช้บังคับ ให้ใช้ตามพ.ร.บ.ฉบับปี 2542 และที่แก้ไข เท่าที่ไม่ขัดกับพ.ร.บ.ฉบับนี้ เมื่อมีการประกาศใช้ ยกเว้นหมวด 6 สามารถใช้บังคับได้ทันทีที่กฎหมายบังคับใช้

