“นิกร” กางขั้นตอน หาก ส.ว.พลิกเกณฑ์ประชามติ ส่งกลับ ส.ส. ตั้ง กมธ.พิจารณาร่วม หากถูกควํ่าอีก ร่างถูกแขวน 180 วัน ชี้ ไทม์ไลน์เสี่ยงถูกเลื่อน ห่วงรัฐธรรมนูญคลอดไม่ทันรัฐบาลนี้
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติ พ.ศ. … วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กมธ.มีมติสนับสนุนให้เปลี่ยนเกณฑ์ออกเสียงประชามติ ให้กลับไปใช้รูปแบบเดิมว่า กมธ.ได้ทบทวนมติในส่วนของมาตรา 13 โดยให้กลับมาใช้ระบบเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และจะต้องได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งขณะนี้ ร่างฉบับดังกล่าวกำลังเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทั้งนี้ ตนในฐานะ กมธ.ได้ขอสงวนคำแปรญัตติให้ยึดตามร่างของสภาผู้แทนราษฎรไว้แล้ว
นายนิกรกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหากวุฒิสภาเห็นชอบให้มีการแก้ไขตามที่เสียงข้างมาก นั่นคือ จะต้องส่งร่างที่แก้ไขกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาว่าเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่า สภาผู้แทนราษฎรจะไม่เห็นชอบ ดังนั้น ต้องมีการตั้ง กมธ.ร่วม เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปใหม่อีกครั้ง และส่งกลับไปใหม่ทั้ง 2 สภา อย่างไรก็ตาม หากมีสภาใดไม่เห็นชอบ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะต้องถูกยุติไว้ 180 วัน หลังจากนั้น สภาผู้แทนราษฎรสามารถนำร่างดังกล่าว กลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งได้ และหากได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง ก็สามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้เลย
“หากกระบวนการเป็นเช่นนี้ จะเกิดความยุ่งยาก เพราะจะไม่ทันการทำประชามติครั้งแรกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ตามที่วางแผนไว้ หากเป็นเช่นนั้น การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีทางทำได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากทั้ง 2 สภาเห็นชอบร่วมกัน มองว่าการทำประชามติครั้งแรก จะยังทันตามไทม์ไลน์เดิมอยู่” นายนิกรกล่าว

