หน้าแรก การเมือง อิ๊งค์ ตั้งศป...

อิ๊งค์ ตั้งศปช.ส่วนหน้า ธีรรัตน์ อยู่โยง นั่งประธานช่วยน้ำท่วม จิรายุ นั่งโฆษกฯ

27.09.24 | 17:47 น.

นายกฯ สั่งการตั้ง ศปช. ส่วนหน้าที่เชียงรายวางกรอบทำงาน30 วัน ให้ ‘ธีรรัตน์’ เป็นประธานอยู่ประจำศูนย์ ‘บิ๊กเล็ก’ ที่ปรึกษา โดยมี ‘จิรายุ’ เป็นโฆษกฯ

เมื่อวันที่ 27 กันยายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ในการเดินทางไปตรวจราชการ ณ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27-28 ก.ย.

ต่อมาเมื่อเวลา 17.10 น. ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคเหนือในปัจจุบัน ที่แม้จะมีการคลี่คลายไปบ้างแล้ว แต่ยังต้องการการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและใกล้ชิดมากขึ้น และยังต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และเจ้าหน้าที่ทุกคน อาสาสมัคร พี่น้องประชาชนที่ช่วยแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ และขอฝากกำลังใจไปยังพี่น้องชาวหนองคายด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ให้จัดตั้ง ศปช.ปฏิบัติการส่วนหน้า เพื่อเป็นศูนย์สั่งการและประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นที่ปรึกษา และให้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษก ให้ประจำที่หน้างานเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน เพื่อที่จะได้รู้ว่าเรามีส่วนกลางอยู่ตรงนี้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยให้มีการระดมพลผ่านทางกระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับอาสาสมัครและหน่วยงานเอกชนต่างๆ

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย ให้กระทรวงมหาดไทยให้มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ (zoning) เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประชุมติดตามผลการดำเนินงานและปัญหา อุปสรรคต่างๆ จากหัวหน้าหน่วยที่รับผิดชอบแต่ละโซนทุกวัน เพื่อรายงานไปยัง ศปช. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและแก้ไขปัญหา ให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ต่อไป โดยรัฐบาลขอตั้งเป้าหมายในพื้นที่ที่ได้เริ่มเยียวยาแล้วภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 นี้ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ขอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน และให้ทุกส่วนราชการให้การสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ บุคลากร ในการดำเนินงานโดยรายงานไปที่ศูนย์ ศปช.และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบด้วย

Advertisement

“ทั้งนี้ หากในการดำเนินการพบว่าเครื่องจักร เครื่องมือ มีไม่เพียงพอ เห็นสมควรให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีการจัดจ้างจากเอกชนเพื่อระดมการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยมอบหมายให้ กรมบัญชีกลางพิจารณากระบวนการจัดจ้างให้เกิดความรวดเร็ว โดยไม่ขัดกับระเบียบที่เกี่ยวข้อง และสำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณกับหน่วยงานดำเนินการ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป” นายกฯกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนเรื่องของการอำนวยความสะดวกเพื่อซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ถนน สะพาน เสาไฟฟ้า อ่างเก็บน้ำ ท่อระบายน้ำ ตลอดจนการบริหารจัดการขยะและโคลน ให้ผ่อนผันเรื่องการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ และที่ราชพัสดุ ที่ส่วนราชการต่างๆ ใช้อยู่ เช่น พื้นที่ของกองทัพ โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเสนอประเด็นดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า สำหรับระบบเตือนภัย ขอให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเร่งรัดดำเนินการทั้งในพื้นที่นี้และพื้นที่อื่นๆ ของประเทศที่มีความเสี่ยงให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝนปีหน้า และจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า, กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กรมทรัพยากรธรณี, กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ วางแผนการแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาว เช่น การขุดลอกแม่น้ำสายไม่ให้ตื้นเขิน พิจารณาขยายสะพาน หรือท่อระบายน้ำเพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ การป้องกันการพังทลายของตลิ่ง และการจัดทำระบบเตือนภัยและสรุปผลเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยด่วนต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการเบิกจ่ายให้กับราษฎรโดยเร็วที่สุด รวมถึงมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมที่ทุกภาคส่วนจะเร่งเสนอต่อ ครม.ต่อไป