หน้าแรก การเมือง คลังแจง1.9แสน...

คลังแจง1.9แสนคนวืดเงินหมื่น สมาคมภัตตาคารไทย ลุ้นเงินหมุนเวียนธุรกิจร้านอาหาร 3 หมื่นล้าน

28.09.24 | 06:03 น.

คลังแจง 1.9 แสนคนวืดเงินหมื่น สมาคมภัตตาคารไทย ลุ้นเงินหมุนเวียนธุรกิจร้านอาหาร 3 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การโอนเงิน 10,000 บาท ให้กลุ่มเปราะบางเป็นวันที่ 3 ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวบัตรประชาชนลงท้ายเลข 4, 5, 6, 7 จำนวน 4.5 ล้านคน ได้โอนสำเร็จครบทุกบัญชีตั้งแต่เวลา 04.00 น. ไม่มีปัญหาติดขัด ส่วนยอดการโอนวันที่ 2 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีเลขประจำตัวบัตรประชาชนลงท้ายเลข 1, 2, 3 โอนเงินให้ได้แล้ว

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การโอนเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ โดยกรมบัญชีกลางได้โอนเงินให้กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่วันที่ 25-30 กันยายน โดยผลวันที่ 26 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ 2 มีจำนวน 4.51 ล้านราย พบโอนเงินไม่สำเร็จ 141,062 ราย ทำให้มียอดสะสมของการโอนเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายสำเร็จแล้วรวม 7.48 ล้านราย และการโอนเงินไม่สำเร็จ 190,445 ราย

นายพรชัยกล่าวอีกว่า สาเหตุที่โอนเงินไม่สำเร็จในส่วนของกลุ่มคนพิการ เช่น บัญชีเงินฝากธนาคารถูกปิด เลขบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง ส่วนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน บัญชีไม่เคลื่อนไหว บัญชีเงินฝากธนาคารถูกปิด เลขบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง เป็นต้น ขอให้ผู้มีสิทธิผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน หรือติดต่อธนาคาร เพื่อแก้ไขบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีปัญหาข้างต้น ภายในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ เพื่อให้ได้รับการจ่ายเงินซ้ำได้ทันในวันที่ 22 ตุลาคม

“สำหรับคนพิการประมาณ 9 หมื่นราย ที่บัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุ หรือข้อมูลบัตรประจำตัวคนพิการไม่สมบูรณ์ เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการโอนเงินเมื่อวันที่ 25 กันยายน ขอแนะนำให้ต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการ ทำบัตรประจำตัวคนพิการ หรือแก้ไขข้อมูลประจำตัวคนพิการที่ศูนย์บริการคนพิการทั่วประเทศให้ถูกต้อง ภายในวันที่ 10 ตุลาคม เพื่อให้ได้รับการจ่ายเงินซ้ำได้ทันภายในวันที่ 22 ตุลาคม” นายพรชัยกล่าว

Advertisement

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า คาดหวังว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านการแจกเงินสด 10,000 บาท จะทำให้เงินหมุนเวียนในธุรกิจร้านอาหารประมาณ 30% หรือ 3 หมื่นล้านบาท เชื่อมั่นว่าผู้ที่ได้รับเงินต้องนำมาใช้จ่ายในร้านอาหารที่อาจจะไม่หรูหรามากเพื่อเป็นมื้อพิเศษของปี เช่น สุกี้ หมูกระทะ เป็นต้น คาดว่าใน 1 คน จะเกิดการใช้จ่ายประมาณ 500-1,500 บาทต่อมื้อ เท่ากับ 14.5 ล้านมื้อพิเศษ

“เราคาดหวังการแจกเงินหมื่นบาทในครั้งนี้ จะช่วยปลุกกำลังซื้อโค้งสุดท้ายของปีนี้ให้กระเตื้องมากขึ้น จากปัจจุบันที่กำลังซื้อหายไปร่วม 40-50% และหากมีเฟส 2 ต่อเนื่อง น่าจะส่งผลดีมากยิ่งขึ้นไปอีก” นางฐนิวรรณกล่าว

นายทินวัฒน์ แซ่เจ็ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิวไร่ จำกัด ผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค จ.ชลบุรี กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วง 9 เดือนยังไม่ค่อยดีมากนัก เนื่องจากไม่มีรายได้เพิ่ม และเริ่มประหยัด โดยเฉพาะเดือนกันยายนนี้ ที่ร้านมียอดขายหายไปถึง 20% แม้จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงินสด 10,000 บาทจากรัฐบาล แต่ยังไม่เห็นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในการซื้อสินค้าคึกคักขึ้น

“คาดหวังว่าในเดือนตุลาคมนี้ บรรยากาศน่าจะคึกคักขึ้น หลังจากที่คนอาจจะมีเงินเหลือ และนำมาซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งที่ร้านจัดลดราคาพิเศษอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน” นายทินวัฒน์กล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวปี 2568 ว่า ขณะนี้กำลังไล่รื้อแผนในช่วงโลว์ซีซั่นในปีหน้า จะฟื้นโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพราะแอพพลิเคชั่นเองยังอยู่ จากตัวเลขการเดินทางเข้ามาค่อนข้างเยอะ ชัดเจนว่าช่วยได้ทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ส่วนการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2567 ขณะนี้มีเหตุอุทกภัยทำให้สายการบินยกเลิกเที่ยวบินมากพอสมควร แต่เชื่อว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การจองจะยังเหมือนเดิม เป็นเครื่องยืนยันได้ว่านักท่องเที่ยวยังมองว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายอยู่

เมื่อถามว่า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในไทย จะนำโครงการคนละครึ่งกลับมาด้วยหรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า พยายามอยู่ เพราะนโยบายไหนที่เป็นของรัฐบาลใดก็ตามที่ทำไว้แล้วดี เอากลับมาใช้แน่นอน ต้องปัดฝุ่นให้ดีว่าตรงไหนเป็นข้อเสีย ก็เรียนรู้จากประสบการณ์ ซึ่งแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโลว์ซีซั่นอาจจะออกราวเดือนมีนาคม หรือเมษายน 2568 และใช้ในช่วงหน้าฝน