นายกฯ นำทีมตรวจ-เยียวยา ท่วมเชียงราย-เชียงใหม่ สั่งตั้ง ศปช.ส่วนหน้าเร่งช่วย
เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 27 กันยายน ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปเพื่อตรวจราชการที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27-28 กันยายน และเป็นประธานการประชุมบูรณาการแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลังจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ มท. นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กห.และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วม รวมถึง มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และรายงานสถานการณ์ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ผู้ว่าฯ สุโขทัย ผู้ว่าฯ หนองคาย ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ และผู้ว่าฯ เชียงราย
น.ส.แพทองธาร กล่าวช่ว่า ได้ติดตามข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ทั้งน้ำท่วม และดินโคลนถล่ม ที่มีปัญหาอยู่ต่อเนื่อง สั่งการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด รวมถึง การเยียวยาฟื้นฟู และสาธารณสุขต่างๆ ต้องตามมา โดยรับบริจาคเงิน และสิ่งของต่างๆ จากทางภาครัฐ และเอกชน รวมถึง ภาคประชาชน ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนช่วยเหลือประชาชนกันอย่างเต็มความสามารถ เย็นนี้จะไปให้กำลังใจ และไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงรายวันที่ 28 กันยายน จะลงพื้นที่ อ.แม่สาย ไปต่อที่ จ.เชียงใหม่

น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า รัฐบาลได้มอบให้ มท.เร่งรัดการจ่ายค่าเยียวยาให้กับประชาชนได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ได้รับรายงานว่าได้รับเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 3,000 ครอบครัว หลังจากนี้จะค่อยๆ พิจารณาตามความเหมาะสม มีอีกหลายครอบครัวได้รับผลกระทบ กำลังรอการตรวจสอบใช้เวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง ขอชื่นชม ส่วนพื้นที่ดินโคลนติดค้างในบ้านเรือน ได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน แบ่งโซนความรับผิดชอบเพื่อความทั่วถึง และชัดเจนว่าส่วนใดได้รับการดูแลไปแล้วบ้าง แล้วมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และผู้ว่าฯ เชียงราย ขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ ขอให้ส่วนราชการอื่นๆ สนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ อัตรากำลังพล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง
“ขอบคุณทางกรุงเทพฯ ที่ส่งเครื่องจักรขนาดใหญ่ช่วยเหลือกำจัดดิน ขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเรื่องการฟื้นฟูกิจการและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวม 50,000 ล้านบาท มีเป้าหมายกลุ่ม Micro SME ขึ้นไป รวมถึง บุคคลธรรมดา กระทรวงพาณิชย์ได้
เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด และซ่อมแซมให้กับผู้ประสบภัยจำนวนมาก รวมถึง สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นได้ สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่ยังมีน้ำท่วม รัฐบาลห่วงใยประชาชน รวมถึง ผู้ว่าฯ ร่วมประชุมในครั้งนี้ เพื่อสรุปสถานการณ์หาแนวทางเยียวยาฟื้นฟูต่อไป” น.ส.แพทองธาร กล่าว

ภายหลังการประชุม น.ส.แพทองธารสั่งการว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ แม้จะคลี่คลายไปบ้างแล้ว แต่ยังต้องการการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และใกล้ชิดมากขึ้น ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึง ฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้ให้จัดตั้ง ศปช.ปฏิบัติการส่วนหน้า เพื่อเป็นศูนย์สั่งการ และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยให้ น.ส.ธีรรัตน์ เป็นประธาน และ พล.อ.ณัฐพล เป็นที่ปรึกษา ให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษก ให้ประจำหน้างานอย่างน้อย 30 วัน เพื่อจะได้รู้ว่ามีส่วนกลางอยู่ตรงนี้ ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยให้ระดมพลผ่านทางกระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับอาสาสมัคร และหน่วยงานเอกชนต่างๆ
น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เขต อ.เมืองเชียงราย และ อ.แม่สาย ให้กระทรวงมหาดไทยแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ (zoning) เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจน โดยผู้ว่าฯ เชียงราย และอธิบดี ปภ.ประชุมติดตามผลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากหัวหน้าหน่วยรับผิดชอบแต่ละโซนทุกวัน เพื่อรายงานไปยัง ศปช.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน และแก้ไขปัญหา ให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน รัฐบาลขอตั้งเป้าหมายในพื้นที่เริ่มเยียวยาแล้วภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ขอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน ให้ทุกส่วนราชการให้การสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ บุคลากร ในการดำเนินงานโดยรายงานไปที่ศูนย์ ศปช.ผู้ว่าฯ เชียงราย และอธิบดี ปภ.ทราบด้วย หากเครื่องจักร เครื่องมือมีไม่พอ เห็นสมควรให้ ปภ.จัดจ้างเอกชน เพื่อระดมแก้ปัญหาให้เป็นไปตามแผน มอบหมายให้กรมบัญชีกลางพิจารณากระบวนการจัดจ้างรวดเร็ว โดยไม่ขัดกับระเบียบเกี่ยวข้อง และสำนักงบประมาณสนับสนุนงบกับหน่วยงาน เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล โฆษก มท.กล่าวว่า ตามที่ มท.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยวงเงิน 3,042.52 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 17 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ มท.ได้กำชับให้กลไกทุกส่วนของ มท.สนับสนุน ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัยได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ให้เร็วที่สุดตามข้อสั่งการข้อสั่งการของนายกฯ ล่าสุด นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดี ปภ.ได้รายงานให้นายอนุทินทราบว่า ปภ.สามารถรวบรวม และส่งเอกสารของผู้ประสบภัยให้ธนาคารออมสินใน 3 อำเภอของ จ.เชียงรายแล้ว เป็นผู้ประสบภัยชุดแรกจะโอนเงินช่วยเหลือให้ 3,623 ครัวเรือน แยกเป็นครัวเรือนใน อ.เมืองเชียงราย 3,305 ครัวเรือน อ.แม่สาย 222 ครัวเรือน และ อ.ขุนตาล 96 ครัวเรือน
“สำหรับครัวเรือนชุดแรกใน 3 อำเภอของเชียงราย เป็นบัญชีของธนาคารออมสิน เงินจะเข้าบัญชีของผู้ประสบภัยในเวลา 13.35 น.ของวันที่ 27 กันยายน ส่วนบัญชีธนาคารอื่นๆ จะทยอยโอนตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนเช่นกัน หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 17 กันยายน จะจ่ายให้กับครัวเรือนประสบอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม เป็นต้นมาในพื้นที่ 57 จังหวัด” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

