หน้าแรก การเมือง บิ๊กตู่บอก รบ...

บิ๊กตู่บอก รบ.-ขรก.ต้องเป็นสะพานให้ปชช.เหยียบข้าม ชี้คนดีตายก็ขึ้นสวรรค์ ไม่ต้องซื้อ

2.03.17 | 12:58 น.

นายกฯย้ำ รบ.-ขรก.ต้องเป็นสะพานให้ประชาชนเหยียบข้ามผ่านแม่น้ำเชี่ยวกราก ปลุกสร้างกลไกปกป้องตัวเอง สร้างศักดิ์ศรี ลั่นทำดีไม่ต้องซื้อสวรรค์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (หลักสูตร ป.ย.ป.) กล่าวว่า วันนี้เราเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ผู้นำตามธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่เพียงนายกฯคนเดียว รวมถึงข้าราชการด้วย ดังนั้นหลักสูตร ป.ย.ป.ไม่ต้องการจะอบรมข้าราชการเหมือนหลักสูตรทั่วไป หลักสูตรนี้ไม่ต้องบินไปดูงานต่างประเทศ เพราะคงไม่มีประเทศไหนมี ป.ย.ป.เหมือนประเทศไทย หลักสูตรนี้จะพัฒนาประโยชน์ สอนข้าราชการ ในฐานะที่เป็นผู้นำภาคข้าราชการ และเตรียมการสร้างผู้นำในวันหน้า ทั้งหมดจะต้องสอดประสานจากบนลงล่าง รับฟังความคิดเห็นจากพื้นที่ จะเป็นการทำงานที่เกิดผลสัมฤทธิ์ เกิดประสิทธิผล สามารถจับต้องได้จริง แก้ปัญหาได้ยั่งยืน ซึ่งปัญหาใหม่ก็รออีกเยอะ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าเรามัวตั้งรับอยู่ที่เดิม ทำงานแบบเดิม สิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเอาไปคิดหรือยัง เตรียมการเผชิญหน้าไว้หรือยัง โลกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลง แค่บางประเทศเปลี่ยนผู้นำก็วุ่นไปทั้งโลก ประเทศไทยก็เอากับเขาด้วย ตีกันแบบไม่ได้ดูตาม้าตาเรือว่าประเทศกำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนจะสร้างความเข้าใจ


พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจะพัฒนาประเทศด้วยวิธีการเดิมๆ อีกต่อไปได้ ข้าราชการคือตัวแปรที่สำคัญ รัฐบาลมีหน้าที่สร้างสะพานข้ามแม่น้ำเชี่ยวกราก ตามที่ตนได้เขียนเป็นเพลงออกมา เราต้องทำตัวเป็นสะพาน ให้ประชาชนก้าวข้ามความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ เราต้องเป็นผู้ทำตัวเป็นสะพานให้กับเขา ไม่ใช่ประชาชนคือสะพานให้เราเหยียบข้าม เพราะถ้าไม่มีประชาชน ข้าราชการก็คงไม่ต้องมี ประเทศก็อยู่กันเอง บริหารจัดการตัวเองย้อนกลับไปสู่สมัยโบราณ ใครแข็งแรงกำลังมากกว่า อาวุธมากกว่าก็สู้กันไปมา ยื้อกันไปมา ท้ายที่สุดก็หายไปทีละชุด ทีละกลุ่ม ทีละฝ่าย กลุ่มแข็งแรงได้ปกครอง วันหน้าก็มีกลุ่มที่แข็งแรงกว่า ก็วนกลับไปที่เดิม

“รัฐบาลวันนี้กำลังสร้างสะพานไว้ให้รัฐบาลใหม่เดิน สุดแต่ว่าเขาจะเดินหรือไม่ ดังนั้นเราต้องร่วมมือกันสร้างสะพานตัวนี้ ถ้าเขาจะเดินตกสะพานก็ช่วยไม่ได้ เพราะประชาชนทั้งประเทศเป็นคนเลือกเขามา อำนาจในทางบริหารเขามี ไม่ว่าผมจะเขียนหรือทำกฎหมายอะไร ทำรัฐธรรมนูญอย่างไร เขามีอำนาจในการบริหาร ฉะนั้นเราต้องแก้ไข ไม่ใช่ว่าจะต่อสู้หรือแข็งขืน ทำแบบนั้นไม่ได้ อำนาจทางบริหารมี รวมถึงวินัยระเบียบข้าราชการ ฉะนั้น ข้าราชการก็ต้องสร้างความเข้มแข็งของตัวเองตั้งแต่วันนี้ สร้างกลไกรัฐ ในหน่วยงานของพวกท่านให้เข้มแข็ง พร้อมปกป้องตัวเอง ด้วยการทำในสิ่งที่ถูก มีกฎหมายลูก กฎกระทรวงเขียนให้รัดกุม ไม่เช่นนั้นวันหน้าจะกลับมาที่เดิม ซึ่งข้าราชการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้ปฏิบัติ ฉะนั้นต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ นำพาประเทศไทยไปสู่หนทางที่ดีข้างหน้า เมื่อทำสะพานเสร็จข้าราชการจะต้องเดินนำ แต่ขณะที่สะพานยังสร้างไม่เสร็จ ต้องให้ประชาชนเหยียบข้ามเราไป เมื่อสะพานเสร็จต้องเดินนำประชาชน ประชารัฐ ก้าวข้ามสะพานไปยอดเขาข้างหน้า และยอดเขาต่อไป กล้องมองแบบนี้ หากมองแค่วันนี้พรุ่งนี้จะเป็นอะไร เลื่อนยศเมื่อไหร่ ก็จะวนเวียนอยู่แค่นี้ คิดถึงแต่ตัวเอง ถ้าไม่คิดถึงตัวเองมันจะเร็ว การมีตำแหน่งต้องเกิดจากความสามารถ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ประเทศเรามีปัญหาเพราะติดกับดักตัวเอง กับดักรายได้ปานกลาง กับดักความยากจน กับดักคำว่าประชาธิปไตยที่ไม่เข้าใจ มีจุดต่างระหว่างคำว่าประชาธิปไตยกับอนาธิปไตยนิดเดียว อะไรที่เกินกรอบประชาธิปไตย หรือเกินกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ก็จะเป็นอนาธิปไตย คือไม่มีอธิปไตยอะไรเลย ไม่มีอำนาจอะไรที่จะควบคุมประชาชนได้เลย ซึ่งเราเคยผ่านเวลานั้นมาแล้ว ฉะนั้นวันนี้การที่มีกฎหมายอะไรต่างๆ เพิ่มเข้ามา ไม่ใช่มีมาเพื่อจำกัดประชาชน แต่เพื่อทำให้ประชาชนได้รับความเท่าเทียมเป็นธรรม ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับเดียวกัน ไม่ว่าจะนายกฯหรือใครก็ตาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นั่นคือความเท่าเทียมอย่างแท้จริงในโลกใบนี้ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนมีรายได้เท่ากัน หรือมีความคิดเท่ากัน แต่อย่างเดียวที่เท่ากันได้คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยทำให้กฎหมายบังคับควบคุมให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบที่ดีงามได้ ประชาชนมีสิทธิเป็นเจ้าของกฎหมาย เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้เพื่อปวงชนชาวไทย ประกอบไปด้วยประชาชนหลายกลุ่มหลายฝ่าย การที่มีกระแสกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวออกมา รัฐบาลและหน่วยงานจะต้องแก้ปัญหาของกลุ่มประชาชนเหล่านี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงเรียกร้องอะไรต่างๆ ต้องแก้ให้ได้ตั้งแต่ตรงนี้ ถ้าให้ขึ้นมาแก้ไม่ได้มาถึงที่รัฐบาล เดี๋ยวก็มากันทุกกลุ่ม กลับไปสู่อนาธิปไตยเหมือนเดิม โดยที่มาทั้งหมดก็อ้างว่าประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เรื่องการปฏิรูปประเทศตนได้แจกจ่ายไปหมดแล้ว ก็ให้อ่านสิ่งที่เป็นประโยชน์กลับมาเป็นแนวคิดบางอย่างไม่ต้องคิดเช่นเปลือง เพราะเขาคิดกันมานานแล้ว แต่ยังทำไม่ได้สำหรับประเทศไทย

Advertisement

“ผมมาวันนี้ เพื่อเอาใจของพวกท่านมาร้อยเป็นหัวใจดวงเดียวกัน เพื่อทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เชื่อว่าข้าราชการทุกคนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ถามว่าใครจะไม่สูงอายุ ไม่เกษียณ ไม่ตายบ้าง โลกเป็นแบบนี้ มีเกิดแก่เจ็บตาย อยู่ที่ว่าเกิดมาแล้วทำความดีให้แผ่นดินมากแค่ไหนอย่างไร นั่นคือความภาคภูมิใจ ถ้าอย่างนี้ตายไปก็ขึ้นสวรรค์ ไม่ต้องไปซื้อสวรรค์ ถ้าทำความเลวไว้แล้วไปซื้อเอามันไม่ได้ นี่คือตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ทุกวันนี้นอนไม่หลับ ผมก็แก้กันไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่สะสมกันมาอย่างยาวนานทีละขั้นตอน ด้วยความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เข้าใจปัญหาเข้าใจประชาชน เพื่อหาวิธีดับทุกข์ของประชาชน การพัฒนาก็จะเกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นรูปธรรม ซึ่งวันนี้ประเทศไทยมีปัญหา 3 ประการ หนึ่งคือเรื่องประชาธิปไตย มีปัญหามาโดยตลอด 80 ปี ยังอลหม่านอยู่พอสมควร จึงต้องมีคณะปรองดองขึ้นมา 2 เรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ความเป็นอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาธิปไตย และสารพันปัญหา การเกิดหลักคิดที่ถูกต้องคือการศึกษา ซึ่งจะต้องพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีหลักคิดที่ถูกต้อง อาจแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ ประเทศไทยคงเจริญเติบโตเป็นประเทศมหาอำนาจไปนานแล้ว เพราะเรามีศักยภาพเยอะ ทุกประเทศก็อยากเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย อาหารโลกอยู่ที่ไทย ศักยภาพเรามี ใครก็อยากมาลงทุน แต่เขาไม่อยากให้คนไทยทะเลาะกัน นั่นคือเป้าหมายหลักที่ตนต้องการให้ทุกคนมาช่วย ดูแลฐานรากประเทศและสร้างเศรษฐกิจมหภาค