เลื่อนถก ร่างกม.นิรโทษกรรม ‘ชูศักดิ์’ ชี้ ขอฟังความเห็นหัวหน้าพรรคการเมืองก่อน โยน ‘วิสุทธิ์’ ประสาน
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ ว่า ร่างกฎหมายจะสำเร็จเป็นกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อ ส.ส.และ ส.ว.ต้องเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเป็นอย่างไร เพราะพรรคการเมืองบางส่วนได้เสนอร่างกฎหมายขอให้มีการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง บางส่วนบอกว่าหากนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองแล้วก็ให้รวมกับคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย แต่ขณะนี้ร่างกฎหมายทั้งหมดรวมถึงรายงานของ กมธ.วิสามัญนิรโทษกรรมฯ ชุดที่ตนเป็นประธานก็ยังค้างอยู่ในสภา กำลังรอการพิจารณา
นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คิดว่าเพื่อให้เป็นไปได้ดีที่สุดและละมุนละม่อมที่สุด ควรนำเรื่องทั้งหมดไปหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค รวมถึงพรรคฝ่ายค้านเพื่อให้ตกผลึก แต่ท้ายที่สุดแล้วพรรคการเมืองจะมีความเห็นอย่างไร พร้อมจะเสนอร่างกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะพรรคการเมืองเป็นองค์ประกอบสำคัญในสภา ฉะนั้น หากเราไม่ฟังกัน เมื่อมีการเสนอและพิจารณากันแล้วก็จะคล้ายกับเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ ตนจึงได้ปรึกษานายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) อยากให้เลื่อนวาระออกไปเพื่อรอฟังความคิดเห็นของหัวหน้าพรรคการเมืองให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งไม่น่าสายเกินไป
เมื่อถามถึงกรณีที่มีบางพรรคออกมาบอกว่าไม่ขอรวมการนิรโทษกรรมมาตรา 112 นายชูศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนั้นต้องให้เขาตกผลึกมาว่าเป็นเช่นนี้ เวลามาพิจารณากันก็จะเห็นภาพและตัดสินใจได้ถูก ซึ่งตนทราบดีว่าบางพรรคต้องการและบางพรรคไม่ต้องการ เพราะตนเป็นประธาน กมธ.มาก็ทราบดี เพราะได้มีการพูดคุยกันใน กมธ.เพียงแค่ไม่ได้มีการเชิญพรรคต่างๆ มาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ ฉะนั้น จึงคิดว่าฟังหัวหน้าพรรคการเมืองดีที่สุดว่าเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ เพื่อเดินหน้าต่อไปจะได้ถูก
เมื่อถามว่า จะต้องมีการคุยอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือตีกรอบไว้เมื่อไหร่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า อยากให้นายวิสุทธิ์เป็นคนทำหน้าที่ ซึ่งอาจจะพูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรีเพื่อให้นัดหัวหน้าพรรคมาพูดคุย และในการพูดคุยอาจจะรวมเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปด้วย เพราะถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็นต้องคุยกัน

