หน้าแรก การเมือง ชัยธวัช ไม่เห...

ชัยธวัช ไม่เห็นด้วย รบ.เลื่อนถกนิรโทษ ชี้ 3 เหตุผล ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม

30.09.24 | 21:53 น.

ชัยธวัช ไม่เห็นด้วย รบ.เลื่อนถกนิรโทษกรรม ยก 3 เหตุผล ชี้ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม 

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ก เรื่อง [ทำไมไม่ควรเลื่อนการพิจารณารายงาน กมธ. นิรโทษกรรม] โดยมีเนื้อหาดังนี้

เดิมในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ มีวาระที่ กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีการเมือง จะต้องนำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อสภาผู้แทนราษฎร

แต่ปรากฏว่า เย็นวันนี้ (30 ก.ย.) ผมได้ทราบว่า คุณชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กมธ. วิสามัญดังกล่าว ได้ตัดสินใจร่วมกับวิปปรัฐบาล ขอเลื่อนวาระการพิจารณารายงานเรื่องนิรโทษกรรมออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า ควรนำเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไปหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคให้ตกผลึกก่อน เพราะหากไม่รับฟังความเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ ก่อนจะทำให้การผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมไม่สำเร็จ

แน่นอนว่า เรื่องนิรโทษกรรมนั้น ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างพรรคการเมือง และประชาชนกลุ่มต่างๆ แต่เอาเข้าจริงโดยรวมแล้ว สังคมก็เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้แก่คดีการเมืองเพื่อสร้างความสมานฉันท์ จากความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ก่อนกาารัฐประหารปี 2549 ดังนั้น สังคมไทยจึงค่อนข้างตกผลึกแล้วว่าควรมีการนิรโทษกรรมคดีการเมืองในช่วงความขัดแย้งเหลือง-แดง รวมถึงคดีการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงหลังการรัฐประหาร 2557 มาจนถึงการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่นับหลังปี 2563

Advertisement

ส่วนประเด็นที่ยังเห็นต่างกันอยู่อย่างมีนัยสำคัญนั้น

คือ จะนิรโทษกรรมคดี 112 ด้วยหรือไม่ และอย่างไร ซึ่งนี่คงเป็นประเด็นอ่อนไหวที่พรรคแกนนำรัฐบาลกังวลจนตัดสินใจขอเลื่อนการพิจารณารายงานกมธ. นิรโทษกรรมออกไปก่อน เพื่อไม่ก่อให้เกิดประเด็นทางการเมืองมากระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเพิ่มเติมอีก

แม้จะเข้าใจความกังวลของพรรคแกนนำรัฐบาล และเข้าใจดีว่า หากเราต้องการจะเห็นการนิรโทษกรรมคดีการเมืองเกิดขึ้นได้จริงๆ ก็จำเป็นต้องแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันในสภา และในสังคมไทยด้วย แต่ผมกลับเห็นว่า เราควรเดินหน้านำรายงานของ กมธ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯ โดยเร็ว ไม่ใช่เลื่อนการเสนอรายงานออกไปอีก

ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

(1)

รายงานของกมธ. วิสามัญนิรโทษกรรม ยังไม่ได้เป็นการนำเสนอ “ร่างกฎหมาย” ให้สภาพิจารณา แต่เป็นเพียงการเสนอผลการศึกษา “แนวทางการตรากฎหมาย” นิรโทษกรรมคดีการเมืองเท่านั้น ซึ่งในรายงานดังกล่าวได้รวบรวมความเห็นและข้อเสนอที่แตกต่างกันไว้อย่างรอบด้าน เพื่อเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้สภาและพรรคการเมืองนำไปพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทาง ไม่ใช่รายงานที่จะนำเสนอแนวทางการนิรโทษกรรมเพียงแนวทางในแนวทางหนึ่งเท่านั้น

(2)

ดังนั้น พรรคแกนนำรัฐบาลไม่ควรกังวลจนเกินไป ตรงกันข้าม การพิจารณารายงานแนวทางการนิรโทษกรรมในสภาจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่พรรคการเมืองต่างๆ

จะได้ฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงความเห็นของกลุ่มต่างๆ ในสังคม เพื่อนำไปสู่การพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลเองหรือของพรรคต่างๆ ให้ “ตกผลึก” ต่อไป การเลื่อนการนำรายงานนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาออกไปอีก จะทำให้เราเสียโอกาสที่เป็นจุดเริ่มต้นอันดีนี้

(3)

และที่ยิ่งไม่ควรเลื่อนการพิจารณารายงานนิรโทษกรรมออกไปอีก ก็เพราะขณะนี้มีร่างกฎหมายนิรโทษกรรม (ซึ่งเสนอก่อนตั้ง กมธ. วิสามัญ) จ่อเข้าสภาอยู่แล้ว 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างของ ส.ส.(อดีต)พรรคก้าวไกล, ร่างของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน, ร่างของ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ และร่างของภาคประชาชนที่ร่วมกันเข้าชื่อเสนอต่อสภาฯ ซึ่งร่างกฎหมายเหล่านี้ มีโอกาสเข้าสู่สภาเร็วที่สุดคือปลายสมัยประชุมในเดือนตุลาคมนี้ หรือไม่ก็ต้นสมัยประชุมหน้า กลางเดือนธันวาคม 67 เป็นต้นไป

ดังนั้น สภาจึงควรรีบพิจารณารายงาน กมธ.นิรโทษกรรมโดยเร็ว แล้วนำไปสู่การหาข้อสรุปและทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับรัฐบาล และฉบับของพรรคต่างๆ (แม้กระทั่งพรรคประชาชนก็อาจเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเพิ่มอีกฉบับเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอในรายงานกมธ.) เพื่อให้ทันกับการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่กำลังจ่อจะเข้าสู่สภาอยู่แล้ว

สุดท้าย ผมหวังว่า พรรครัฐบาลจะรีบนำรายงานศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง กลับมาสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว เพื่อเปิดประตูไปสู่ความสมานฉันท์ครั้งใหม่ของสังคมไทย และคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากจากคดีความอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

ความยุติธรรมที่ล่าช้า
คือความอยุติธรรม