‘แกนนำพรรค ปชน.’ เข้าพบ ‘ผู้บริหารมติชน’ โวพรรคโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ชู ‘เท้ง ทั่ว ไทย’ ลงพื้นที่ทั้ง 77 จว.ภายใน 1 ปี รับฟังปัญหาจาก ปชช.อย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ที่อาคารสำนักงานมติชน จำกัด (มหาชน) พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค พร้มด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหน้าพรรค, นายศรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการพรรค, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค,นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เข้าพบผู้บริหารและบรรณาธิการข่าวในเครือมติชน
โดยมี นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), น.ส.ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ, นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ในเครือมติชนและบรรณาธิการกอง บก.ประชาชาติธุรกิจ, นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ในเครือมติชนและบรรณาธิการกอง บก.ข่าวสด และนายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกอง บก.มติชน, นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บก.มติชนสุดสัปดาห์ ให้การต้อนรับ

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตั้งแต่มีการตั้งพรรคประชาชนขึ้นมาภายหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ พบว่าการสมัครสมาชิกตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. มีสมาชิกประมาณ 83,650 คน ซึ่งสัดส่วนผู้สมัครเป็นสมาชิกแบบตลอดชีพเพิ่มขึ้น 44.34 เปอร์เซ็นต์ของสมาชิกทั้งหมด ปัจจัยหนึ่งอาจมาจากการปรับลดค่าสมัครสมาชิกตลอดชีพจากเดิมคนละ 2,000 บาท เหลือเพียง 500 บาท
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเงินบริจาคบำรุงพรรคการเมืองของพรรคประชาชน ประมาณ 28 ล้านบาท ส่วนมากมาจากการบริจาคของคนทั่วไป ครั้งละตั้งแต่ 201-999 บาท ถึง 17,369 ครั้ง จากทั้งหมด 33,013 ธุรกรรม และสัดส่วนที่สร้างรายได้มากที่สุดคือผู้บริจาคจำนวนเงิน 1,000-5,000 บาท จำนวน 7,307 ครั้ง คิดเป็นเงิน 12.6 ล้านบาท สถิติเหล่านี้สะท้อนว่าผู้สนับสนุนพรรคประชาชนคือกลุ่มคนทั่วไปวัยทำงานที่มีฐานะปานกลาง ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านการสนับสนุนพรรค การที่คนจำนวนมากเลือกสมัครสมาชิกตลอดชีพทำให้พรรคมีความเข้มแข็งขึ้นในระยะยาว และสะท้อนว่าประชาชนรู้จักและเข้าใจจุดยืนของพรรคประชาชนมากขึ้น เมื่อเทียบกับสมัยพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือการทำงานให้ได้ใจประชาชน พิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานต่อสาธารณะมากขึ้นเพื่อให้คนจดจำในฐานะหัวหน้าพรรคและว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งปี 2570 จึงทำให้เกิดโครงการ “เท้ง ทั่ว ไทย” ที่จะต้องลงพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด ภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงการเสนอวิสัยทัศน์ ทางออกต่างๆ ในการแก้ปัญหาจากเส้นเลือดฝอย ทั้งนี้ งานในสภาเราก็ยังไม่ทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นการอภิปราบงบประมาณและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า สำหรับการวางเชิงยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าปี 2570 พรรคประชาชนตั้งเป้าไว้ว่าเราจะได้ 270 เสียง ซึ่งระหว่างนี้คงต้องปรับภาพลักษณ์การสื่อสาร ทำให้ประชาชนรู้ว่าเราพร้อมบริหารประเทศ เพื่อให้เข้าถึงคนที่ไม่เคยเลือกพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลมาก่อน แล้วหันมาเลือกพรรคประชาชนเพิ่มขึ้น โดยในปีหน้าเราจะมีการเปิดตัวสมุดปกขาวเกี่ยวกับในการเลือกตั้งปี 2570

“เป้าหมายของพรรคประชาชนคือการกระจายอำนาจ โครงการขนาดกลางและเล็กให้ลงถึงพื้นที่ แทนที่จะผลักดันการทำโครงการใหญ่ๆ ที่มีแต่จะสร้างความเจริญให้กระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ขณะที่โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของเรามีหลายโมเดล อาทิ รถเมล์สะอาด น้ำประปาดื่มได้ เป็นสิ่งที่เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณที่หย่อนลงไปแล้ว สามารถพัฒนาเมืองได้ หรือพูดง่ายๆ โจทย์คือเราจะทำอย่างไรให้บริการสาธารณะต่างๆ ของประเทศไทยเหมือนกับที่อื่นๆ โดยที่เราจะใช้ท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ยากที่เราจะต้องทำให้การสื่อสารง่ายขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และกระจายความเจริญให้มากขึ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว

