‘พริษฐ์’ พร้อมถอยแก้จริยธรรมนักการเมือง ชี้ทางออก ปมสว.กลับลำ แก้เกณฑ์ออกเสียงประชามติ ระบุหาก ‘ปธ.สภาฯ’ บรรจุร่างแก้ไขรธน.ลดจำนวนครั้งทำประชามติ เป็นทางออกที่ดีที่สุด ยันไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลฯ
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่อาคารสำนักงานมติชน จำกัด (มหาชน) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วุฒิสภา เห็นชอบใช้เกณฑ์ออกเสียงประชามติด้วยเสียงข้างมากสองชั้น (Double Majority) ว่าพรรคประชาชนยืนยันมาตลอดว่าหนทางการแก้รัฐธรรมนูญต้องเดิน 2 ทางคู่ขนาน คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยให้เร็วที่สุด และการแก้ไขรายมาตราในประเด็นที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน เราเห็นแล้วว่าทางวุฒิสภามีมติแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่. …) พ.ศ. … ให้แตกต่างจากร่างที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ
ขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร และอาจจะมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. เพื่อพิจารณาเพิ่มเติม หากยังเห็นต่างกันในความเป็นไปได้สภาผู้แทนราษฎรยังมีอำนาจในการยืนยันตามร่างเดิม ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเกิน 6 เดือนขึ้นไป ส่งผลให้การทำประชามติครั้งแรกไม่สามารถเกิดขึ้นทันภายในการเลือกตั้งท้องถิ่น ช่วงเดือน ก.พ.ปี 68 ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ถูกจัดทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทันใช้ภายในการเลือกตั้งปี 70
นายพริษฐ์กล่าวว่า หนทางที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับเรื่อง ส.ส.ร. ที่ทางพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยื่นไปตั้งแต่ต้นปี 67 เพื่อลดจำนวนครั้งในการทำประชามติจาก 3 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง ทางพรรคประชาชนยืนยันว่าการบรรจุร่างดังกล่าว สอดคล้องและไม่ได้ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 4/2564 ตามที่เราเคยอภิปรายไว้ในรัฐสภา หากประธานสภาผู้แทนราษฎรตัดสินใจเช่นนั้นก็จะทำให้ มีความเป็นไปได้ที่เราจะมีรัฐธรรมนูญบังคับใช้ทันการเลือกตั้งปี 70
นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทางพรรคได้ยื่น และเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทั้งหมด 7 แพคเกจ เราเห็นว่าทางรัฐสภาควรเดินหน้าในเรื่องดังกล่าว และพรรคการเมืองอื่นสามารถยื่นร่างแก้ไขของตนเองเข้ามาด้วย แน่นอนว่าที่ผ่านสังคมถกเถียงกันในเรื่องของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตราจริยธรรม แม้ทางพรรคประชาชนยืนยันว่าเรื่องของการผูกขาดอำนาจในการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระเป็นปัญหาที่ควรจะแก้ไข แต่เราก็พร้อมที่จะพักร่างไว้หากจำเป็น เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองอื่นใช้มาเป็นเงื่อนไขในการไม่เดินหน้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นอื่น
นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนความเป็นไปได้ที่ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับเรื่อง ส.ส.ร.นั้น อยากให้มีการหารือกับทางรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เข้าใจว่าทางนายวันมูหะมัดนอร์ มีความกังวลใจว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเคยอภิปรายไว้ว่าหากไปดูคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ 4/2564 รวมถึงคำวินิจฉัยรายบุคคลของตุลาการ 9 คนที่พิจารณาเรื่องนี้ จะเห็นว่าตุลาการส่วนใหญ่ก็แสดงความเห็นที่ตีความได้ว่าการทำประชามติเพียง 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว การทำประชามติที่เพิ่มมาอีก 1 ครั้งไม่ได้มีความจำเป็นทางกฎหมาย หากมีการหารือกันก็หวังว่าจะช่วยคลี่คลายข้อกังวลได้
เมื่อถามว่า หากไม่มีการบรรจุระเบียบวาระทางพรรคประชาชนจะมีแนวทางต่ออย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า จากการลงมติของวุฒิสภาก็คงหนีไปพ้นโรดแมปการทำประชามติ 3 ครั้ง ทางออกที่ดีที่สุดคือการพิจารณากันใหม่เรื่องของการทำประชามติ 2 ครั้ง
เมื่อถามว่า การลงมติของวุฒิสภาถือเป็นเกมดึงยื้อเวลา ให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ล่าช้าออกไปหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ได้ชัดเจน แต่ข้อสังเกตหนึ่งคือ การหารือในชั้นกรรมาธิการวุฒิสภา เคยลงมติไปแล้วว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของ ส.ส. ในการทำประชามติโดยใช้เกณฑ์เสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือเสียงข้างมากหนึ่งชั้น แต่เข้าสู่สัปดาห์สุดท้าย ได้มีการขอให้ทบทวนมติดังกล่าวอีกครั้ง และกลับมาพลิกเสียงข้างมากสองชั้น ยังตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดถึงกลับมาเปลี่ยนในสัปดาห์สุดท้าย

