วราวุธ กำชับ พม. 11 จว.ภาคกลาง รับมือ ฝนฟ้าคะนอง-อากาศแปรปรวน เตรียมแผนช่วยเหลือ ระยะสั้น-กลาง-ยาว
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า กรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งมีผลกระทบในช่วงวันที่ 30 กันยายน-3 ตุลาคม 2567 โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้วย
ทั้งนี้ ตนได้กำชับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พร้อมหน่วยงานทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัดที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากอากาศแปรปรวน ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และสุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และวางแผนและกำหนดช่องทางการแจ้งเตือนภัยให้เครือข่ายกระทรวง พม. และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) พร้อมทั้งลงพื้นที่ร่วมกับท้องถิ่น อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มเปราะบาง ในการเตรียมความพร้อมในการอพยพ ก่อนเกิดเหตุหรือเมื่อได้รับการแจ้งเตือน
นายวราวุธกล่าวว่า ในส่วนของหน่วยงานทีม พม.หนึ่งเดียวจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ สถาน บ้าน นิคม ขอให้จัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับการเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับกลุ่มเปราะบาง และวางแผนการอพยพ เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิงของ พม. หรือหน่วยอื่นๆ ล่วงหน้า อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ ขอให้สำรวจ รวบรวม เตรียมความพร้อม และระดมทรัพยากรที่มีอยู่ของหน่วยงาน อาทิ สิ่งของบริจาค สถานที่ ยานพาหนะ และบุคลากร เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ กรณีเกิดสถานการณ์ พร้อมทั้งวางแผนการจัดสรรงบประมาณ ทรัพยากรของหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบกร�
