ปชป. จัดฟอรั่ม ถกวิกฤติโลกร้อน เฉลิมชัย ชี้ ปัญหาแก้ได้ หากดึงปชช.มีส่วนร่วม ยัน พร้อมผลักดันกม.ที่เกี่ยวข้อง สภาอุตฯ จี้ภาครัฐ ร่วมบูรณาการช่วยเอกชน สุชัชวีร์ ชูโมเดลตปท. ใช้เทคโนโลยีป้องกันนํ้าท่วม
วันที่ 1 ตุลาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเสวนาเดโมแครต ฟอรั่ม หัวข้อ เศรษฐกิจคาร์บอน : โอกาสในวิกฤตโลกรวนน้ำท่วมภัยแล้งสุดขั้ว เพื่อสร้างการรับรู้ถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เปิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูล สภาพปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการกำหนดมาตรการและนโยบายของพรรค โดยมีวิทยากร ได้แก่ ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ กรรมการสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นายประวิทย์ ประกฤตศรี รองประธานกรรมการหอการค้าไทย, ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รักษาการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก, ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล บรรณาธิการ Green Innovation, นายสานิตย์ จิตต์นุพงศ์ ตัวแทนเกษตรกรผู้ริเริ่มโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model และ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเปิดงานว่า ณ วันนี้ไม่มีใครสามารถมองข้ามเรื่องสิ่งแวดล้อมไปได้ ทั้งจากสภาวะลานีญา ที่เปลี่ยนแปลงอย่างทันด่วน รวมถึงการทำลายสิ่งแวดล้อม ทำใหเกิดผลกระทบต่างๆ ในประเทศไทย เพราะฉะนั้น เศรษฐกิจไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่นำโลก แต่สิ่งที่จะทำให้ผู้คนมีชีวิตอยู่ได้ คือสภาพแวดล้อมทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังเป็นภัยที่เกิดกับมนุษย์ ดังนั้น เราต้องให้ประชากรตระหนักถึงสิ่งนี้ให้ได้ เนื่องจากมนุษย์ไม่สามารถกำหนดธรรมชาติทุกอย่างได้ ทั้งนี้ เราต้องชี้ให้เห็นว่า สิ่งต่างๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลง เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ใช่ธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ตนต้องการให้สังคม เดินหน้าเรื่องนี้ไปพร้อมกับพรรคประชาธิปัตย์

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า วันนี้เราต้องเปลี่ยนมุมมองของโลก ทุกคนมักจะบอกว่าเราต้องหามือเศรษฐกิจอันดับ 1 เพื่อทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดี แต่ทำไมจึงไม่มองว่า สิ่งแวดล้อมในชีวิตของลูกหลายเราจะเป็นอย่างไร ตนยํ้าเสมอว่าเราต้องเปลี่ยนมุมคิดเช่นนี้ ถึงแม้สังคมจะปฏิเสธในใจ แต่ในความเป็นจริงเราก็ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม แม้เราจะเป็นเพียงองค์กรเล็กๆ แต่หากมีความมุ่งมั่นในการชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ ก็จะสามารถเดินหน้าเรื่องนี้ได้ และเชื่อว่าการจูงมือพี่น้องประชาชนมาร่วมกัน จะเป็นการนับหนึ่งที่ดีที่สุด และจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย รวมถึงภาคธุรกิจในอนาคต

นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลายฉบับ ที่จะเข้าไปดูแลการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามมัยของประชาชน ทั้ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะที่ตนกำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าจะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้ดีที่สุด
ด้าน ดร.สวนิตย์ กล่าวถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรมว่า ความเสี่ยงระยะยาวในอนาคต คือเรื่องสภาพอากาศที่รุนแรงสุดขั้ว ระบบโลกที่กำลังพัง ความหลากหลายทางชีวภาพ และการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้กระทบกับการประกอบธุรกิจ ซึ่งวิธีจัดการปัญหา ต้องเกิดจากการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่บริหารจัดการไปด้วยกัน ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของประเทศและภาคอุตสาหกรรม คือร่วมมือกันสู้กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ช่วยให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถรับมือเรื่องนี้ได้สำเร็จเพียงลำพัง แต่เราต้องพึ่งภาครัฐ ร่วมกันบูรณาการแก้ปัญหาระบบห่วงโซ่อุปทาน ให้มีความยั่งยืนและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ เราอยากให้รัฐบาลส่งเสริมงบประมาณและเทคโนโลยี ในการควบคุมสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้วย

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหานํ้าท่วมในประเทศไทยว่า หากการเมืองเข้มแข็ง สิ่งที่เราพูดทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริง แต่หากการเมืองอ่อนแอ ทั้งหมดก็จะไม่เป็นจริง เพราะฉะนั้น ตนอยากจะเชิญชวนทุกคนมาร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้ทุกคนจะตื่นตัว แต่ตนอยากให้จินตนาการว่า วันนีเรามีความสุขกับการรับประทานอาหาร สักพักคอเลสเตอรอลอุดตัน นํ้าหนักเกิน แต่เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์บอกให้เปลี่ยนพฤติกรรม ออกกำลังกาย สุดท้ายตายก่อน ซึ่งเหมือนกับสภาวะที่เรากำลังทำวันนี้ คอยรณรงค์เรื่องคาร์บอนเครดิต หรือการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำให้เราแก้ปัญหาได้ทัน หากจะทำให้ดี ต้องแก้ปัญหาแบบบายพาสเพื่อให้รอดก่อน
ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ ได้ยอกตัวอย่างการแก้ปัญหานํ้าท่วมในทวีปยุโรปว่า ในประเทศเนเธอแลนด์เมื่อ 50 ปีก่อน เคยประสบปัญหาเขื่อนแตก ผู้คนเสียชีวิตมากมาย แต่วันนี้เกิดการพัฒนาด้วยโครงการ Delta work ที่ทําให้ประเทศซึ่งอยู่ภายใต้ระดับนํ้าทะเลถึง 8 เมตร สามารถป้องกันภัยจากนํ้าทะเลหนุน หรือในประเทศอีตาลี เมืองเวนิสที่นํ้าท่วมตลอดเวลา ก็มีโครงการ MOSE ที่คอยสูบนํ้าออก แต่ไม่ทำลายความสวยงามของเมือง หรือในเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่เจอพายุรุนแรงและนํ้าท่วมเป็นประจํา แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของเขา ที่วางแผนและทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี ก็ได้มีการทำอุโมงค์ป้องกันนํ้าท่วม หรือที่เรารู้จักว่าแก้มลิง สิ่งเหล่านี้คือการบายพาสเพื่อแก้ปัญหา
ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า หนึ่งในดีเอ็นเอของพรรคประชาธิปัตย์คือเรื่องสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ หากท่านไม่เลือกสิ่งแวดล้อมในวันนี้ ตนก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรทำให้ท่านเปลี่ยนใจทำสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจะคิดถึงแต่ตัวเองไม่ได้แล้ว แต่ต้องคิดถึงลูกหลานด้วย หากเราไม่ทำอะไรในวันนี้ ก็จะไม่มีใครรอด

