นายกฯอิ๊งค์ ถามกลับ ‘สนธิ ลิ้มฯ’ ทำงานได้เดือนเดียวจะไล่แล้วหรือ พร้อมพูดคุยเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข ‘เชื่อ’ เศรษฐกิจดีประชาชนมีรายได้ร่ำรวยขึ้นประเทศจะเดินหน้าไปได้ ‘ขอ’ สื่อช่วยแนะจะใช้วิธีการไหนดี‘ลั่น’ไม่พร้อมจะเรื่อง ‘ขำ’ ถูกถามเป็นเพราะนามสกุลชินวัตรใช่หรือไม่
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นาย
สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศผ่านยูทูบ เดินครั้งสุดท้ายในชีวิต ลงถนนขับไล่รัฐบาล และหาตัวคนที่ลอบยิงตนเองเมื่อปี 2552 นายกฯกลัวว่าเกิดม็อบชุมนุมตั้งแต่ต้นปีหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวพร้อมหัวเราะ เบาๆ ว่า “เพิ่งทำงานได้เพียงเดือนเดียวเองจะไล่แล้วหรือ จะไล่แล้วเหรอคะ อย่าเพิ่งไล่เลยค่ะ”

เมื่อถามว่า เท่าที่ฟังแล้วนายสนธิต้องการอะไรลึกๆ หรือไม่ ถึงได้ออกมาพูดในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายสนธิเลย เมื่อถามว่าพร้อมคุยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบทันทีว่า “อ้อพร้อมอยู่แล้วค่ะ วันนี้เราเป็นรัฐบาลในฐานะนายกรัฐมนตรีเพราะฉะนั้นเราก็ต้องพูดคุยกับทุกภาคส่วนอยู่แล้วและอีกอย่างการทำให้ประเทศชาติสงบสุขเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าประเทศสงบสุขคนไทยมีความสุขแล้วต่างประเทศก็จะเข้ามาลงทุนด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

เมื่อถามว่า จะพร้อมคุยในลักษณะใด จะเป็นการเดินสายพูดคุยหรือใช้วิธีการใด น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ช่วยแนะนำหน่อยอย่างไรดี แนะนำหน่อยเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข ช่วยกันด้วยจะทำอย่างไรดี ได้ทั้งหมดเราพร้อม เพราะว่าไม่พร้อมมีเรื่องอยู่แล้วไม่คิดว่าจะไปสู้อะไรกับใครมันไม่ใช่ และความจริงแล้วตัวของฉันเองและรัฐบาลด้วย โฟกัสในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเชื่อจริงๆ ว่า ถ้าเศรษฐกิจดี คนไทยมีฐานะที่รวยขึ้นสบายขึ้น ทุกอย่างก็จะดีขึ้น เราก็ไม่อยากมีเรื่องอะไร เพราะรู้สึกว่าถ้าประเทศชาติดีพร้อมเดินต่อ เศรษฐกิจไปได้ นั่นคือสิ่งที่อยากให้เป็น

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคิดเห็นส่วนตัว เมื่อเป็นการเมืองยุคใหม่แล้วการที่จะเชิญชวนคนให้ลงถนนนั้นเหมาะสมแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้คิดเรื่องการลงถนนเลย ก็คิดว่าถ้าขนาดจะต้องลงถนนกันจริงๆ มาคุยกันก่อนก็ได้ ว่าปัญหาคืออะไร และคิดว่าทุกอย่างมันน่าจะคุยกันได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ความเกลียดชัง หรือความรุนแรงเข้าหากัน คิดว่าทุกท่านคุยกันได้อยู่แล้วอย่างวันนี้ก็เป็นตัวอย่างแล้วเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่มาจากหลายพรรคการเมือง เราก็คุยกันได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีนามสกุล “ชินวัตร” หรือเปล่า เพราะบริหารราชการแผ่นดินได้เพียงเดือนเดียว ก็มีคนจะออกมาชุมนุมขับไล่แล้ว น.ส.แพทองธาร หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “ถ้าสมมุติว่าปี 2019 ที่เพิ่งแต่งงานไปถ้าเปลี่ยนนามสกุลก็อาจจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่อยากจะให้มีเรื่องเหมือนกัน ขอบพระคุณมาก”


