‘ภูมิธรรม’ เสียใจคดีตากใบ ย้ำ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม บูรณาการทุกภาคส่วน ลดความรุนแรงในพื้นที่
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมสภา ช่วงเที่ยงที่ผ่านมาว่า ตามที่มีกระทู้ถามสดจากนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถาม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์ตากใบ ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.67 นั้น ว่ารองนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจากการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาหลากหลายมิติทั้งการลำเลียงคนและการจัดระเบียบผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสูญเสีย
จากสถานการณ์ในขณะนั้นมีความสับสนอลหม่านต่อการปฏิบัติ เพราะมีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก หากไม่มีการแยกย้ายอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินผู้ชุมนุมในภาพรวมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามได้มีการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียโดยผู้เสียชีวิต ได้รับเงินจำนวน 7 ล้านบาทเศษ และผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินลดหลั่นกันลงไป ซึ่งได้ดำเนินการแล้วในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ รมว.กลาโหม ต่อเรื่องดังกล่าวการดำเนินการเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม
สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดที่ยังหาตัวไม่พบ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ยังไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็จะต้องนำตัวเข้ามาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ส่วนกรณีเหตุการณ์ตากใบที่ผ่านมาได้มีการถอดบทเรียนและนำมาปรับใช้เป็นวิธีการปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินกับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย) ทั้งการปรับวิธีคิดและวิธีการต่างๆ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก และการสนับสนุนให้ลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นด้วยการเจรจาอย่างสันติวิธี ที่ผ่านมาอาจมีผู้ไม่หวังดีได้นำประเด็นดังกล่าวมาสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง มากกว่าที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างความแตกแยกและโจมตีรัฐบาลจนทำให้ประชาชนในพื้นที่สับสนจากความเป็นจริง
ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามปรับวิธีการนำไปสู่สันติสุข อย่างไรก็ตามยังคงมีปัญหาที่เกิดขึ้นอันเกิดจากความหลากหลายมิติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ปัจจุบันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของสงคราม (อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย) พยายามลดความรุนแรงจากการก่อเหตุ
โดยมีการบูรณาการการทำงานของทุกส่วนราชการทั้ง กอ.รมน., ศอ.บต., เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมกันหาทางออกและทำงานอย่างประสานสอดคล้อง โดยจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ตากใบมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สร้างสันติสุขให้กลับมา และทำให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจในการสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ดีขึ้นตามลำดับ

