“วันนอร์” จี้รัฐปราบยาเสพติดให้ลดลงใน 6 เดือน อย่าให้ส.ส.ต้องมาบ่นในสภาฯอีก ชี้ทุกข์ของชาวบ้านพอๆกับเศรษฐกิจ ลูกหลานติดยาบ้าเหมือนตกนรก ด้าน “สมศักดิ์” ยอมรับ สธ. เป็นแค่ปลายน้ำ เตรียมตั้งตัวชี้วัดดำเนินการ 1 ปี 6 พันคดี เชื่อไม่เกิน 3 ปี ไม่ต้องหาพื้นที่บำบัดยาเสพติด
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามทั่วไปเรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาศูนย์บำบัดยาเสพติดไม่เพียงพอต่อการรักษา ของ นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า เนื่องจากผู้เสพ ผู้ค้ายามีมากขึ้นทุกวันสะสมมานานเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พยาบาล อสม. ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช เพราะผู้เสพยาบ้าเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตำรวจจับผู้เสพยาไปวันเดียวก็ปล่อย ทหารก็ดูแลเฉพาะทหารเกณฑ์ที่ติดยาเสพติด ซึ่งผู้ติดยาเสพติดมีจำนวนมาก แต่มีหลายหน่วยงานที่ไม่ยอมรับไปดูแลเพราะขาดบุคลากร จึงอยากให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเพิ่ม หมอ พยาบาลด้านจิตเวช เจ้าหน้าที่ บุคคลกร อสม.ได้ดูแลคนป่วยยาเสพติด และให้อสม.ตรวจสอบผู้เสพ ผู้ขาย ในหมู่บ้านและรักษาทุกคนที่โรงพยยบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมทั้งรักษาที่บ้านของผู้ติดยาเสพติดได้เอง ขอให้รัฐบาลยึดทรัพย์ผู้ค้าทั้งหมด เพราะคู่ค้ายาเสพติดในหมู่บ้านยังมีจำนวนมาก เขาไม่กลัวกฎหมายเพราะกฎหมายอ่อน
“มีการร้องเรียนจากผู้นำหมู่บ้านว่าในหมู่บ้านมียาบ้ามาก ผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ส่ง คือตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจฝ่ายสืบสวนเป็นผู้ส่งยาบ้าเอง ซึ่งเป็นปัญหาว่าตำรวจเป็นผู้ นำของกลางมาค้าขายเอง และจับผู้ค้ายาบ้าไปบางคนก็เรียกรับเงิน 7พัน-8 พันบาทแล้วก็ปล่อย มีการร้องเรียนกันมาทั่วประเทศ สส. คนพูดตรงกัน และปัญหาก็แก้ไม่ได้ จึงอยากถามว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะป้องกันปราบปรามบำบัดผู้ติดยาเสพติดและใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามยาบ้าให้หมดไปได้อย่างไรและจะมีศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดเพียงพอทั่วประเทศหรือไม่”นายภูมิพัฒน์ กล่าว
ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า มีการเพิ่มศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติในแต่ละจังหวัดมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นรูปธรรม นั้น ในปีงบประมาณที่แล้ว รัฐบาลได้ใช้มาตรการในการจัดการเกี่ยวกับการยึดทรัพย์เข้ามาเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิม ที่มีมาตรการป้องกันตามชายแดนต่างๆ หรือให้ทหารออกไปปราบปรามยาเสพติดตามชายแดน ส่วนเรื่องการบูรณาการเรามีงบผ่านกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงกลาโหม มหาดไทยสาธารณสุข ยุติธรรม และมาตรการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้มาตรการการยึดทรัพย์สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน มีการตั้งตัวชี้วัดในป.ป.ส.ว่าในภาคตำรวจ 1 ภาค ตั้งเป้าไว้แค่ 50 คดี ซึ่งใน 50 คดีนี้ เป็นคดีที่มีการดำเนินการและมีผลเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ หากเราได้ดำเนินการตัวชี้วัดอย่างเต็มที่แล้วจะเห็นผล และตนมั่นใจว่าเตียงที่ไม่พอต่อการบำบัดจะหมดไป
“ถ้าเราคิดแต่เรื่องบำบัดซึ่งเป็นเรื่องปลายน้ำ ถ้าเราไม่ทำต้นน้ำ ปัญหาก็จะรุมเร้ามากขึ้น ตัวชี้วัดใน 9 ภาค บวก กรุงเทพฯ และป.ป.ส.ตั้งตัวชี้วัดไว้ 100 คดี ตัวชี้วัดของคดียึดทรัพย์ในปีงบประมาณ 67 นับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 66 – 31 สิงหาคม 67 ตัวชี้วัดตั้งไว้แค่ 600 คดี แต่ดำเนินการไปได้ 2 พันกว่าคดี แต่เราตั้งตัวชี้วัดไว้ภาคละ 500 คดี ปีหนึ่งประมาณ 6 พันคดีที่ดำเนินการ ผมว่าไม่เกิน 3 ปี เราไม่ต้องหาพื้นที่บำบัดเพราะคนขายถูกจับหมดแล้ว และดำเนินการเรื่องยึดทรัพย์ และเป็นพ.ร.บ.มาตรการสมคมสนับสนุน มีทรัพย์สินโผล่มาเมื่อไหร่ก็ยึดได้เลย เพราะคำนวณตามมูลค่าการขายว่าขายมากี่ปีแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวเสริมว่า เห็นด้วยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าเป็นปลายน้ำ พยายามจะทำอย่างไรก็ไม่หมดถ้าต้นน้ำกับกลางน้ำไม่ลด ส่งมาเรื่อยๆห้ามเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต้องเห็นใจ ขอฝากท่านรัฐมนตรีด้วย ในฐานะที่ตนเคยทำงานเรื่องนี้ในสมัยปี 2546 ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องบูรณาการตัวพระเอก คือ ตำรวจ กับมหาดไทย แต่กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และปปส. ซึ่งเป็นปลายน้ำ ก็ต้องร่วมกัน ถ้าไม่ร่วมมือกันก็ไปไม่ได้ และที่ท่านบอกว่ายึดทรัพย์ได้น้อย เพราะผู้ค้ายาเสพติดเขากลัวมากคือยึดทรัพย์ หาเงินได้เยอะแต่ถูกยึดทรัพย์หมด แต่ถ้าถูกจับเดี๋ยวก็ได้ออก สมัยปี 2546 นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 3 เดือนยึดทรัพย์ไป 5-6 พันล้านบาท ก็เบาลงไปเยอะ เพราะผู้ค้ารายใหญ่กลัว และไล่ไปถึงหมู่บ้าน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้การตำรวจต้องคุยกันทุกอาทิตย์
“ผมเห็นใจชาวบ้านในวันนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อน้ำลดแล้วต้องเอายาเสพติดลดให้ได้ตั้งเป้าเลยว่า 6 เดือนต้องลดยาเสพติดให้เกือบหมด ชายแดนเรื่องเล็ก ถ้าภายในไม่เปิดโอกาสให้ มันจะส่งที่ไหนในเมื่อไม่มีคนไปรับ ตำรวจโรงพักหนึ่งมีกี่นาย มหาดไทย มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่รู้หรือว่ามีการค้ายาเสพติดที่ไหน สมัยผมเป็นเริ่มตีว่าการกระทรวงมหาดไทยผมกำนันผู้ใหญ่บ้านหลายคน เขาบอกปลดทำไม ผมบอกว่า คุณขาดคุณสมบัติแม้จะแข็งแรง แต่ตาบอดหูหนวกอยู่ ไม่เห็นหรือว่าเขาขายยาเสพติดข้างบ้านคุณ เรื่องนี้ก็ต้องฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วยเพราะเห็นนายกฯบอกว่าจะเอาจริงเอาจัง ผมจึงอยากให้มีการกำหนดเวลาว่า 6 เดือนแล้ว ไม่ต้องให้ส.ส. ในสภาฯมาบ่นอีก ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทุกข์ของชาวบ้านวันนี้มันพอๆ กับเศรษฐกิจ เรื่องยาบ้าใครไม่มีลูกหลานติดก็ไม่รู้ ติดแล้วเป็นทุกข์เท่ากับตกนรกทั้งเป็น ขอให้ยาเสพติดลดได้ในรัฐบาลนี้” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
ทั้งนี้ ในระหว่าง นายวันมูหะมัดนอร์ ได้กล่าวเสริม เรื่องการปราบยาเสพติด มีส.ส.ตบมือให้ด้วย
วันนอร์ เลคเชอร์ปราบยา หลังส.ส.ตั้งกระทู้ถี่ยิบ แนะรบ.บี้ตร.-มท. ตั้งเคพีไอวัดเลย อย่าส.ส.เอามาบ่นในสภาอีก ชี้เป็นทุกข์ของชาวบ้าน พอๆกับปัญหาศก. ทำส.ส.ตบมือให้ลั่นสภา
.#มติชนออนไลน์ #ประชุมสภา pic.twitter.com/7kwGT9PQnL— Matichon Online (@MatichonOnline) October 3, 2024

