หน้าแรก การเมือง นายกฯ เผยผลสำ...

นายกฯ เผยผลสำเร็จเวที ACD ชูจุดยืนส่งเสริมสันติภาพ หลายชาติชมระบบบริการสุขภาพไทย

3.10.24 | 20:30 น.

นายกฯ เผยผลสำเร็จประชุม ACD ครั้งที่ 3 หลายประเทศยกไทยมีระบบบริการสุขภาพที่ดี เดินหน้าสานต่อการค้าการลงทุน ประเทศสมาชิกยินดีไทยเป็นประธานปี’68 พร้อมประกาศจุดยืนความเป็นกลาง-เกิดสันติสุขในสถานการณ์ตะวันออกกลาง ชี้ไม่อยากให้มีชีวิตที่บริสุทธิ์ต้องสูญเสีย

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 3 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโดฮา กาตาร์ ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง ที่ โรงแรมเดอะริทซ์-คาร์ลตัน โดฮา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลความสำเร็จการประชุมระดับผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชีย Asia Cooperation Dialogue หรือ ACD ครั้งที่ 3 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในเวทีต่างประเทศภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า ได้รับการต้อนรับอย่างดีมาก และได้พูดคุยกับผู้นำหลายประเทศ ซึ่งทุกคนได้พูดถึงว่าประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มการประชุม ACD โดยการประชุมเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อหลาย 10 ปี การประชุมในครั้งนี้ทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียได้มาพบปะพูดคุยและได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยทุกคนมีความมุ่งมั่นและอยากร่วมลงทุนกับประเทศไทย รวมถึงหลายประเทศยังบอกว่าไม่ได้การลงทุนโครงการใหญ่ๆ ร่วมกันมานานแล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผู้นำหลายประเทศได้สอบถามว่าประเทศไทยสนใจเรื่องเทคโนโลยีและ AI อย่างไร ซึ่งหลายประเทศพูดถึงการที่บริษัท Google มาลงทุนกับประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งพบว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียมีความสนใจเรื่อง AI เป็นหลัก รวมถึงจะนำ AI เข้าสู่ระบบการศึกษา

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้รองรับปฏิญญาโดฮา ซึ่งวันนี้ตนได้กล่าวถึงกรอบความร่วมมือ ACD โดยประเทศสมาชิกต้องเผชิญกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ในฐานะผู้ริเริ่ม มีความประสงค์ให้พัฒนา จากการสนทนาแลกเปลี่ยน ให้เป็นในระดับเวทีการประชุมของเอเชีย พร้อมยึดหลักเดิม สำหรับประเทศที่มีความไม่สงบเกิดขึ้น

Advertisement

“ไทยได้ยืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน เพื่อยืนยันว่าไทยไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง และมีกฎนานาชาติที่ต้องเคารพ พร้อมอยากให้เกิดสันติภาพในทุกประเทศทั่วโลก หากเราเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดสันติภาพในโลกนี้ได้ก็พร้อมที่จะสนับสนุน รวมถึงเน้นการปกป้องชีวิตที่บริสุทธิ์ ให้เป็นไปตามกฎบัตรสหประชาชาติระหว่างประเทศ ถือเป็นข้อความที่เราส่งถึงทุกประเทศสมาชิก” น.ส.แพทองธาร กล่าว

ทั้งนี้ ในระหว่างงานเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันให้กับผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุม เป็นเวทีที่เปิดกว้างอย่างไม่เป็นทางการให้กับผู้นำประเทศได้มาแลกเปลี่ยนและและนำเสนอความคิด โดยไทยได้เสนอความพร้อมเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหาร หรือ food security ซึ่งหลายประเทศได้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าประเทศไทยมีระบบบริการสุขภาพ หรือ wellness ที่ดี จึงอยากให้ไทยไปลงทุน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศสมาชิกได้แสดงความยินดีที่ไทยจะเป็นประธาน ACD ในปี 2568 ซึ่งไทยจะทำอย่างเป็นเต็มที่

ส่วนการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยหารือการค้า การลงทุน ระหว่างกัน โดยอิหร่านสนใจเรื่องเทคโนโลยี โดยผู้นำอิหร่านได้พูดคุยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยได้แสดงจุดยืนว่าไม่อยากให้มีชีวิตที่บริสุทธิ์ต้องสูญเสียไป และอยากให้โลกสงบสุข และตนได้พูดคุยกับประธานาธิบดีอิหร่านว่า การประชุม ACD ได้แสดงให้เห็นถึงพลังความช่วยเหลือกันเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ที่แต่ละประเทศมี และตนได้สะท้อนว่าความช่วยเหลือแบบนี้ที่อยากให้เกิดกับทั่วโลก เพื่อจะได้เกิดความสงบสุข โดยได้แสดงจุดยืนว่าไทยไม่ได้ไปเข้าข้างประเทศใดประเทศหนึ่ง และพร้อมที่จะเป็นตัวกลาง หากจะมีการพูดคุยให้เกิดสันติ

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้ครองรัฐกาตาร์ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางอาหารที่ไทยมีความพร้อมเรื่องสถานที่ในการเก็บรักษาอาหาร หากกาตาร์มีความสนใจสั่งซื้ออาหารจากไทย โดยเฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์ที่เกิดความไม่สงบ ไทยพร้อมที่จะส่งอาหารได้ทันที ทำให้หลายประเทศเองก็สนใจ ซึ่งจะให้กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการต่อ รวมถึงต้องการให้ไทยสนับสนุนอาหารฮาลาล รายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้พบปะกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐทาจิกิสถาน ซึ่งอยากยกระดับความสัมพันธ์การค้าการลงทุนกับไทย การท่องเที่ยว และชื่นชมระบบสาธารณสุขของไทย อีกทั้งประธานาธิบดีทาจิกิสถาน ได้ชื่นชอบอาหารซีฟู้ดของไทย เนื่องจากเคยเดินทางไปที่ จ.กระบี่

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท มกุฎราชกุมารและรองเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ซึ่งได้แสดงความยินดีกับไทยจะเป็นประธาน ACD โดยไทยได้เชิญชวนให้ประเทศคูเวตมาลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งไทยและคูเวตไม่ได้มีการลงทุนโครงการใหญ่ๆ ร่วมกันมานานแล้ว ทั้งนี้ เวทีนี้ไทยได้รับประโยชน์ อย่างมาก และยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิก ทั้งเรื่องงานและได้พูดคุยเปิดใจในระดับผู้นำ ทำให้มีความใกล้ชิดกัน

“เชื่อว่าจะทำให้เข้าใจกันได้มากขึ้น และเป็นประโยชน์ หากต้องขอความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะได้มองเห็นความตั้งใจที่มีให้ประเทศของตัวเอง และเป็นเวทีที่ดีมาก หากประเมินทีมทั้งหมดในการพูดคุยกับประเทศต่างๆ อย่างเต็มที่ เป็นโอกาสที่ดีมาก ซึ่งผู้นำได้เชิญให้เดินทางเยือนในหลายประเทศ และได้เร่งรัดอยากให้มีการลงทุนร่วมกัน และเมื่อกลับที่ประเทศไทยจะต้องวางแผนให้ชัดเจนและสานต่อทันที โดยเน้นเรื่องเทคโนโลยีที่ทุกประเทศให้ความสนใจเป็นอันดับแรก แล้วเรื่องของอาหารที่ไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการจัดระเบียบเพื่อหารายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น” นายกฯกล่าว