‘ศักดินา’ ขุดที่มา ‘ไตรภาคี’ โดนขูดรีด-กดค่าแรง จนแห่หยุดงานกันทั้งประเทศ

5.10.24 | 18:50 น.

‘ศักดินา’ ขุดที่มา ‘ไตรภาคี’ กดค่าแรง จนแห่สไตรก์ หยุดงานกันทั้งประเทศ

ในวาระครบรอบ 48 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 โศกนาฏกรรมสังหารหมู่กลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการปราบปรามนักศึกษา ประชาชนที่มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านการกลับมาของ จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกขับไล่ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ เครือข่ายนักศึกษาจัดงานรำลึกครบรอบ 48 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ร่วมกับ ชมรมโดมรวมใจ จัดงานรำลึกครอบรอบ “6 ตุลาฯ กระจกส่องสังคมไทย” ระหว่างวันที่ 5 – 6 ตุลาคมนี้

บรรยากาศเวลา 13.00 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “เดือนตุลานอกกระแส : บางแง่มุมของขบวนการเดือนตุลาที่ไม่เคยเห็น” โดย นายศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา นักวิชาการด้านแรงงาน และผู้ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย, นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช., และ นางพรพิมล โรจนโพธิ์ นักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ

ด้าน นายศักดินา กล่าวถึงในแง่การเคลื่อนไหวของขบวนการแรงงาน ช่วงปี 2516-2519 ซึ่งถือเป็นยุคทองของบทบาทแรงงาน ที่โดดเด่นมาก เพราะบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย

Advertisement

“ก่อนหน้านั้น เรียกว่าเป็นยุคมืดของแรงงานไทย ยุคนั้นเชื่อในทฤษฎีโดมิโน่ ว่าถ้าภูมิภาคล้มจะล้มหมด จึงต้องให้สหรัฐฯ กำหนดนโยบายได้เต็มที่ ต้องเข้าสู่แนวทางเผด็จการ กีดกันประชาชน รัฐมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งยังทำให้รัฐไทย หันไปเชื่อแนวทางเศรษฐกิจแบบอเมริกา คือ ‘เสรีนิยม’ จากที่ไทยใช้ เศรษฐกิจผสม เพราะหวั่นการเอาเปรียบ ซึ่งอเมริกาไม่ชอบเศรษฐกิจแนวนี้ ในปี 2490 แม้จอมพล ป. จะจับมืออเมริกา แต่ไม่ยอมให้ตลาดเสรีเกิดขึ้น

ต้องการให้ไทยเป็นสวรรค์ของนักลงทุน ในขณะที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของแรงงาน ไม่ต้องการให้มีสหภาพแรงงาน ผู้นำแรงงานถูกจับ ยิงเป้าโดยไม่ได้ขึ้นศาล ต่อเนื่องถึงปี 2515 จน รัฐบาลถนอม กิตติขจร ออกประกาศให้รวมตัวกันได้ (สมาคมลูกจ้าง) ขณะนั้น ขบวนการนักศึกษารวมตัวกันได้พอดี นำไปสู่การเคลื่อนไหวใหญ่ 14 ตุลาคม 2516 ที่นักศึกษานำ

นับเป็นครั้งแรกที่แรงงานในยุคใหม่ นัดสไตรก์หยุดงาน 501 ครั้งเฉพาะในปี 2515 เพราะถูกกดขี่ เป็นครั้งแรกที่แรงงานสามารถรวมตัวเรียกร้องต่อรองนายจ้างได้เต็มที่” นายศักดินาชี้

นายศักดินากล่าวต่อว่า มีการรวมตัวหลากหลาย เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2516-2519 คือ ช่วงปี 2517 คนงานจากอ้อมน้อย ถูกกดค่าแรง ตอนนั้นเราเริ่มมีค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว แต่นายจ้างไม่ยอมจ่าย จึงเดินเท้าเปล่า จากอ้อมน้อย มาปักหลักที่สนามหลวง 7 คืน จนได้ชัยชนะ จากการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาและกรรมกรและชาวนา ที่เรียกว่า 3 ประสาน โดย ต่อสู้ในประเด็นหลากหลาย เมื่อพี่น้องกลุ่มไหนเดือดร้อนก็เข้าไปช่วย เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ และทำให้อำนาจต่อรองสูงมาก

“เป็นประวัติศาสตร์ที่เกิดครั้งเดียวในไทย มันอาจเป็นบทเรียนสำคัญ ถ้ารวมตัวกันได้ ก็มีอำนาจ อีกเหตุการณ์ที่ต้องบันทึก คือการต่อสู้ของแรงงานในโรงแรม โรงงานสแตนดาร์ด การ์เมนท์  คนงานถูกยิงตายในปี 2518, คนงานโรงงานฮาร่า นายจ้างกดค่าแรง จึงไปเปิดโรงงานใหม่ โดยนายจ้างพยายามเลิกจ้างคนงานเก่า สไตรก์ข้ามปี 2518-2519 ยึดโรงงาน แล้งตั้งโรงงานเป็นของตัวเอง ผลิตกางเกงยีนส์ ออกมา”

“วีรชน ที่ต้องพูดถึงคือ 2 พนักงานการไฟฟ้า ที่ไปปิดโปสเตอร์ ตัดค้านการกลับมาของ จอมพลถนอม กิตติขจร ในรูปพระ แล้วถูกแขวนคอ ซึ่งเป็นสัญญาณการกลับมาของฝ่ายขวา เป็นบันทึกสำคัญ เป็นหลักฐานว่า ‘3 ประสาน’ ต่อสู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพื่อปากท้องคนงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นอื่นๆ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ราคาข้าวสาร ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นสิ่งที่สำคัญต้องบันทึกไว้” นายศักดินากล่าว

ในช่วงท้าย นายศักดินากล่าวว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มันมีการพยายามใช้ความรุนแรง  แกนนำของขบวนถูกลอบยิงหลายคน หลายอย่างที่พยายามทำ ก็ถูกสกัด ผู้นำขบวนก็ถูกลอบทำร้าย ต้องตัดสินใจเข้าป่า รัฐบาลออก กฎหมาย ‘พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ปี 2518’ ที่จำกัดไม่ให้มีอำนาจต่อรอง การรวมตัวกันไม่เป็นอิสระอย่างที่เคย คนอย่าง เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ก็เป็นส่วนหนึ่งของขบวน แต่กฎหมายนี้กันเขาออก ไม่สามารถเป็นสมาชิกได้ ถ้าไม่ได้เป็นลูกจ้าง

เกิดการแยกออก เป็นสถานประกอบการของใครของมัน จากแต่ก่อน รวมตัวได้หลากหลาย แม้แต่นักศึกษา ก็เข้าไปมีส่วนร่วมได้

“บทบาทหลัง 14 ตุลาฯ ไม่ใช่แค่เรื่องแรงงาน แต่ต่อสู้ประเด็นอื่นๆ ด้วย ทั้งสิ่งแวดล้อม ชาวไร่ ชาวนา แต่กฎหมายนั้นไม่อนุญาตให้ทำได้อีกแล้ว ต้องเป็นเรื่องสภาพการจ้างงานเท่านั้น คือการสกัดกั้น พอเกิดเหตุการณ์  6 ตุลาคม เกือบหลายส่วน เกือบทั้งหมด ตัดสินใจเข้าป่าเยอะ”

“สิ่งที่เราอยากส่งต่อ มรดกที่หมายมั้นปั้นมือ ไปต่อไม่ได้ เพราะถูกสกัดกั้นหลายอย่าง ตั้งเป็น ‘ไตรภาคี’ เจรจา 3 ฝ่าย ให้เข้าไปทะเลาะกัน ขบวนการหลัง 6 ตุลาฯ รัฐกำกับได้ ทำให้เล็กและไม่มีอำนาจต่อรอง ซึ่งมีน้อยมากราว 1.3 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในสหภาพแรงงาน อำนาจต่อรองไม่มี ไม่ได้อยู่กับคนส่วนใหญ่ จึงทำให้ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น” นายศักดินาเผย