‘ภูมิธรรม’ ชี้ ความเห็นต่าง ทางการเมือง สร้างความรุนแรง เกลียดชังในสังคม ปลุกทุกฝ่ายรับมือ

6.10.24 | 22:49 น.

‘ภูมิธรรม’ ชี้ ความเห็นต่างทางการเมือง สร้างความรุนแรงเกลียดชังในสังคม ปลุกทุกฝ่ายรับมือ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 – ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้บทเรียนอะไรจากความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน? ความเห็นต่างทางการเมืองในสังคมไทย เคยสร้างผลกระทบที่ร้ายแรงในวงกว้างมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความรุนแรง สร้างความสูญเสีย และสร้างบาดแผลที่ร้าวลึกในความทรงจำของคนในสังคมจำนวนมาก ความแตกต่างทางความคิดทางการเมือง ยังคงสร้างผลกระทบด้านลบอย่างต่อเนื่อง มาถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่แบ่งแยกฝักฝ่าย ความเป็นคนดี-เลว ความถูก-ผิด ที่ล้วนแต่ถูกนำเสนอให้เห็นแค่มุมเดียว หรือทำให้ฝั่งตนเองเป็นผู้ชนะ มาจนถึงการผูกขาดความถูกต้อง และการปั่นกระแสให้กดข่ม และหมิ่นเหยียดอีกฝ่ายที่เห็นต่างกัน

นายภูมิธรรม ระบุว่า ความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ได้ขยายมาสู่จุดที่คลื่นความรุนแรงทางความคิดแทรกเข้าไปในทุกพื้นที่ ปะทะกันในหลายช่องทาง แม้จะไม่ได้ใช้อาวุธประหัตประหารกัน แต่ก็สร้างความเกลียดชัง และต้องการเอาชนะอีกฝ่าย จนไม่เห็นคุณค่าความเป็นคนของกันและกัน มิหนำซ้ำความแตกต่างทางความคิดยังขยายมาถึงการสร้างความเกลียดชังในเวทีสื่อมวลชน สังคมออนไลน์หรือในเวทีรัฐสภา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เราตระหนักไหมว่าความรุนแรงยังคงมีอยู่ในสังคมไทย แต่เปลี่ยนรูปแบบหลากหลายมากขึ้น เป็นพลวัตร และมีอำนาจในการเอาชนะด้วยการด้อยค่ากัน โดยมุ่งผลแค่ว่าต้องชนะ แต่ไม่สนใจว่าหน่อความรุนแรงกำลังขยายตัวมากขึ้นทุกขณะ และทำให้สังคมไทยเราแตกร้าวมากขึ้น

นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า ผมมีความหวังว่าเราทุกคนในสังคมไทย ควรร่วมกันรับผิดชอบ ทบทวน และศึกษาความรุนแรงที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไป และควรตั้งคำถามต่อไปว่าเราควรรับมือกับความเห็นต่างทางการเมืองอย่างไร ทั้งในสถานะประชาชน สื่อมวลชน นักการเมือง เพื่อนของใครสักคน หรือหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ถึงแม้เราจะไม่เห็นผู้สูญเสียเป็นตัวตนอย่างชัดเจนเหมือนเหตุการณ์ ณ 6 ตุลา 19 แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความรุนแรงที่แฝงฝัง และทำร้ายกันและกันอยู่จริง

“ดังนั้นการทะลายวงล้อมของความรุนแรงรูปแบบนี้ ไม่ใช่การจัดการที่ง่ายในระยะสั้น ขึ้นกับความกล้าของเราที่จะยอมรับว่าสังคมไทยจะเกิดอะไรต่อไปในระยะยาว หากยังเพาะปลูกกระแสความรุนแรงจากความคิดที่เห็นต่างให้เติบโตเป็นอาวุธที่ทำลายกันอยู่ในสังคมเวลานี้” นายภูมิธรรม ระบุ

Advertisement