สมศักดิ์ ชี้แจงวุฒิสภา ปมควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ยันออก 5 มาตรการป้องกันแพร่ระบาดเข้ม เผย สธ.ตั้งคณะทำงานปราบแล้ว 6 หมื่นชิ้น มูลค่า 18 ล้านบาท พร้อมค้นหาผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า เข้าบำบัด 2 หมื่นคน จับมือ ศธ.สอดแทรกในการเรียนการสอน ดำเนินการแล้ว 32 จังหวัด เตรียมขยายทั่วประเทศปีนี้
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ตอบกระทู้ถามของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้สอบถามถึงการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่า ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 80,000 คน และศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา ได้สุ่มตรวจประชากรไทย เมื่อปี 2565 ในกลุ่มเยาวชนไทย อายุ 13-15 ปี จำนวน 6,752 คน พบสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1,189 คน คิดเป็น 17.6% เพิ่มจากการสุ่ม เมื่อปี 2558 พบเพียง 3.3% หรือ 5 เท่า ซึ่งบทเรียนจากต่างประเทศพบว่า ปัจจุบันมี 34 ประเทศ ที่กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เช่น สิงคโปร์ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2561 ห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า หากพบปรับ 10,000 SGD หรือ 250,000 บาท และ/หรือ จำคุก 6 เดือน รวมถึงห้ามใช้ ห้ามซื้อ ห้ามครอบครอง หากพบปรับ 2,000 SGD หรือ 50,000 บาท โดยช่วยทำให้อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนลดลงจาก 11.8% จากปี 2560 เป็น 10.1% ในปี 2563
นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ยังมี 89 ประเทศ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งควบคุมตามกฎหมาย เช่น อังกฤษ นิวซีแลนด์ กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งควบคุมตามกฎหมาย โดยในอังกฤษมีการกำหนดห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่กลับพบเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงขึ้น 3 เท่า ในระยะเวลา 5 ปี ทำให้ปัจจุบันอังกฤษกำลังทบทวนมาตรการกฎหมายเพื่อป้องกันเยาวชนและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง ส่วนประเทศไทยกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2557 ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย และผลิต ห้ามครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด รวมถึงห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้า และในปี 2567 ได้มีการทบทวนกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มข้นขึ้น

รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า เช่น สคบ.ปรับปรุงกฎหมาย โดยออกคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ชัดเจนขึ้น กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร จัดทำแนวทางการดำเนินคดี และการระงับคดีในชั้นพิธีการศุลกากร เพื่อผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ภายใต้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560
“ส่วนที่ถามว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนอย่างไร ผมขอย้ำว่า สธ.และคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ที่มี รมว.สธ.เป็นประธาน และกรมควบคุมโรคเป็นฝ่ายเลขาฯ มีนโยบายเน้นปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ป้องกันการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้า ปกป้อง คุ้มครองกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยออก 5 มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย ดังนี้
1.เฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 2.สร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย 3.ยืนยันนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า 4.พัฒนา และจัดการองค์ความรู้ และ 5.สร้างการรับรู้โทษพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าแก่เด็ก เยาวชน และสาธารณชน ทั้งนี้ เมื่อผมรับตำแหน่ง รมว.สธ. เมื่อวันที่ 3 พ.ค.67 ได้ตั้งคณะทำงานบูรณาการเพื่อปราบปราบและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.67 ซึ่งลงพื้นที่แล้ว 4 ครั้ง ยึดอุปกรณ์และน้ำยา ได้กว่า 60,000 ชิ้น มูลค่า 18 ล้านบาท” รมว.สาธารณสุขกล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ตนให้ความสำคัญกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ 2568 ที่เน้นปรับปรุงมาตรการให้เอื้อต่อการควบคุมดูแล และส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าหน้าใหม่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินงานตาม 5 มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยคือ 1.ด้านกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทบทวนกฎหมาย ระเบียบ อย่างต่อเนื่อง 2.ด้านการบำบัด ได้ผลักดันให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ค้นหาผู้เสพติดบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาแบบครบวงจรเป้าหมาย ไม่น้อยกว่า 20,000 คน
นายสมศักดิ์กล่าวว่า 3.ด้านการสร้างการรับรู้ และความเข้มแข็งของเครือข่าย เช่น ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สอดแทรกประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าในการเรียนการสอน พัฒนาแกนนำเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นต้นแบบสร้างภูมิคุ้มกัน และนักเรียนตัวอย่าง โดยปัจจุบันดำเนินการแล้ว 32 จังหวัด และมีเป้าหมายดำเนินงานให้ครบทุกจังหวัดภายในปีงบประมาณ 2568 รวมถึงสำนักงานกองทุนสนับสนุนสุขภาพ ทำโครงการร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น รณรงค์สถานศึกษาปลอดบุหรีไฟฟ้า และจัดทำโฆษณาสื่อสาร อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในทุกช่องทางด้วย

