‘จุลพงศ์’ แนะ ‘นายก’ จับเข่าคุยเพื่อนบ้านในเวทีอาเซียน เน้น 3 เรื่องหลัก ‘ยาเสพติด-น้ำท่วม-แก๊งคอล’ ให้เป็นรูปธรรม ชี้เรื่องอื่นพักไว้ก่อน เพราะไทยยังขาดพลังดึงดูดผู้นำคู่เจรจานอกอาเซียน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปประชุมอาเซียนที่ สปป.ลาว ว่า ในวันพรุ่งนี้ (8 ตุลาคม) นายกรัฐมนตรีจะนำคณะไปร่วมประชุมผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจาไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศที่เวียงจันทน์ ตนอยากชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้สังคมนานาชาติเขามองประเทศไทยอย่างไร
นายจุลพงศ์ กล่าวต่อว่า โดยจากดัชนีอำนาจของประเทศต่างๆ ในเอเชียประจำปี 2567 หรือ Asia Power Index 2024 พบว่า ประเทศไทยติดอยู่ใน 10 อันดับแรกประเทศที่มีอำนาจในสายตาของนานาชาติ 2 เรื่อง เรื่องแรก ไทยติดอยู่ในประเทศ 10 อันดับแรก ที่มีอำนาจด้านวัฒนธรรม ซึ่งวัดจากข้อมูลที่มีและการพบปะของผู้คนนานาประเทศ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับประเทศที่มีอำนาจหรืออิทธิพลด้านวัฒนธรรมอยู่ในอันดับที่ 6 โดยเราเป็นรองสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี ใต้
นายจุลพงศ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่สอง ไทยติดอยู่ใน 10 ประเทศอันดับแรก เรื่องอำนาจด้านความสัมพันธ์ทางการทูตในเชิงเศรษฐกิจ ความสามารถในการพึ่งพา ตนเองทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 7 รองจากจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ส่วนอำนาจหรืออิทธิพลด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจด้านสถานะทางเศรษฐกิจการค้า อำนาจ ด้านการทหารและการรบ อำนาจในทางการทูตและการเมืองระหว่างประเทศ อำนาจในการปรับตัวเข้าสู่ การเปลี่ยนแปลงของโลก และอำนาจโดยรวมของอำนาจที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดที่จะเป็นไปในอนาคต ประเทศไทยยังไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก
นายจุลพงศ์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ในการประชุมที่เวียงจันทน์ในสัปดาห์นี้ หากมองจากมุมมองนานาชาติจากการวัดดัชนีอำนาจหรืออิทธิพลในเอเชีย ประเทศไทยอาจขาดพลังอำนาจในหลายเรื่องที่จะดึงดูดความสนใจจากประเทศคู่เจรจานอกอาเซียน อีกทั้งจะมีผู้นำคนใหม่ของประเทศอาเซียนเข้าร่วมประชุมด้วย ไม่ว่าจะเป็นนายลอ เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์, ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ดังนั้น ความสนใจของประเทศคู่เจรจา เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐและออสเตรเลีย อาจพุ่งไปที่ผู้นำใหม่จากประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และประธานาธิบดีของประเทศฟิลิปปินส์
“ท่านนายกรัฐมนตรีของไทยอาจไม่ได้รับการติดต่อ หรือไม่ถูกแบ่งเวลาจากผู้นำประเทศของประเทศคู่เจรจาในการเจรจาแบบตัวต่อตัว ซึ่งผมขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและทีมงานอย่าสนใจมาก ที่เราสนใจคือผลลัพธ์ของการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีควรมุ่งไปที่การเจรจาแบบตัวต่อตัวกับผู้นำหรือตัวแทนผู้นำของเมียนมา ลาวและกัมพูชา ในปัญหา 3 เรื่องที่ผมขอเสนอให้ท่าน นายกรัฐมนตรีและคณะยกขึ้นเจรจาอย่างเข้มข้นและแสดงจุดยืนของประเทศไทยกับผู้นำ 3 ประเทศนี้ว่าเราต้องการจะลดหรือกำจัดปัญหานี้อย่างจริงจัง นั่นคือ ปัญหายาเสพติด ปัญหาน้ำท่วมข้ามแดน ที่เกิดจากเส้นทางน้ำธรรมชาติตามพรหมแดน และปัญหาคอลเซ็นเตอร์” นายจุลพงศ์ กล่าว
นายจุลพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่าเจรจาแสดงความต้องการของเราลอยๆ โดยไม่มีเป้าหมายในผลลัพธ์สักเรื่อง และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการไปกำหนด ผมขอเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงออกไปเลยอย่างเจาะจง ให้ผู้นำ 3 ประเทศนี้ได้รับทราบถึงเจตจำนงของประเทศไทยเช่น การกำหนดไปเลยว่าประเทศไทยเรามีเจตจำนงที่ให้มีร่วมมือกันลดหรือกำจัดปัญหาเหล่านี้ภายในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น 2-3 ปีนับจากนี้ และอย่ายกเรื่องขึ้นมาเจรจาหลายๆเรื่อง
“ที่ผมจดไว้เกือบ 10 เรื่องตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงไว้ ผมขอแค่ 3 ปัญหานี้คือยาเสพติด น้ำท่วมข้ามแดนและคอลเซ็นเตอร์ ขอให้มีการเจรจาให้เกิดมรรคผลและคำมั่นสัญญาในการลงมือทำจากผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ และหากการเจรจาสำเร็จ ผมก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงให้ประชาชนได้รับทราบหลังจากกลับมาประเทศไทย ผมถือว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ คนไทยอย่างยิ่งและแสดงถึงศักยภาพของผู้นำของประเทศ” นายจุลพงศ์ กล่าว
นายจุลพงศ์ กล่าวอีกว่า ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอาเซียนครั้งแรก เพราะลำพังการจับมือแนะนำตัว ทักทาย ถ่ายรูปเป็นแค่พิธีกรรมที่ไม่ได้แสดงศักยภาพ ของไทยของผู้นำและศักยภาพของประเทศ โดยส่วนตัว ตนขอให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี ต่อไปการร่วมประชุมระหว่างประเทศอีกสัก 2-3 ครั้งก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น
เมื่อถามว่า มองดราม่าการอ่านสคริปต์ของนายกรัฐมนตรีที่อิหร่านอย่างไร นายจุลพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นสาระ เท่ากับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีแถลงออกมา ซึ่งตนยังไม่เห็น

