พีมูฟ เคลื่อนม็อบหน้าทำเนียบ จี้รัฐบาลแก้ปัญหา 5 ข้อ หากไม่คืบ ฮึ่มชุมนุมยืดเยื้อ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) นำโดย นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ นายจำนงค์ หนูพันธ์ และนายสินชัย รู้เพราะจีน รองประธานพีมูฟ เคลื่อนมวลชนปิดทางเข้าทำเนียบรัฐบาลประตู 3, 4 และ 5 ทวงถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา 5 ข้อ ที่ยื่นให้กับรัฐบาลก่อนหน้านี้
นายสินชัยกล่าวว่า การปักหลักติดตามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลอย่างไรก็ตาม ซึ่งผ่านมาแล้ว 14 วันนับจากวันที่ตัวแทนรัฐบาลรับหนังสือ ข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ โดยพีมูฟขอยืนยันว่าที่ผ่านมานับตั้งแต่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ให้ดำเนินการบริหารประเทศ พีมูฟได้พยายามยื่นข้อเรียกร้องและเปิดการเจรจาแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะได้รับการตอบรับจากทั้งตัวแทนพรรคเพื่อไทยและตัวแทนรัฐบาลว่าจะเร่งดำเนินการให้ แต่ในทางปฏิบัติยังถือว่าล่าช้า ความล่าช้าดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก

นายสินชัยกล่าวอีกว่า วันนี้พีมูฟยังยืนยันข้อเรียกร้องที่รัฐบาลต้องดำเนินการ ดังนี้
1.นายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้รองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
และรองนายกรัฐมนตรี (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ในฐานะที่ได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการโฉนดชุมชน และกำกับดูแล สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของพีมูฟโดยตรง เป็นตัวแทนรัฐบาลเพื่อเจรจากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับตัวแทนพีมูฟ และนำข้อสรุปเสนอให้นายกรัฐมนตรีทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไปโดยเร็วที่สุด

2.ลงนามในร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมซึ่งมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ตามที่พีมูฟได้เสนอ รวมถึงข้อเสนออื่นๆ ตามรายละเอียดที่ได้ยื่นหนังสือเมื่อวันที่ 24 ก.ย.67
3.เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของพีมูฟดำเนินการต่อไปอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ให้นายกรัฐมนตรีนำข้อสรุปตามข้อ 1 และ 2 แจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาและเห็นชอบ และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป
4.เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีเร่งด่วนเฉพาะหน้าได้แก่ กรณีชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย จ.เพชรบุรี โดยขอให้ยุติหรือชะลอการสั่งฟ้องชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย 28 ราย และที่เร่งด่วนคือ อัยการเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรีได้มีนัดหมาย ส่งฟ้องเยาวชนชาวบางกลอย 2 คน ได้แก่ นายพื้อกีดี้ จีโบ้ง และ นายตาเปอะเลอะ แครจี ต่อที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 10 ต.ค.67
กรณีชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ที่ถูกคุกคามฟ้องร้อง ขับไล่ และศาลมีคำสั่งให้รื้อถอนบ้าน ซึ่งเหลือระยะเวลาตามคำสั่งศาลอีกประมาณ 30 วัน
และกรณีข่มขู่ คุกคาม ลิดรอนสิทธิ และมุ่งหวังให้เกิดอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สิน แกนนำชุมชนคลองไทรพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี
5.ติดตามการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยงซึ่งรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.53 ซึ่งเครือข่ายชาวเลอันดามันได้มีการยื่นหนังสือและปักหลักติดตามตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.67
“เรายืนยันจะปักหลักชุมนุมยืดเยื้ออย่างไม่มีกำหนด และจะระดมกำลังพี่น้องขึ้นมาสมทบอย่างต่อเนื่อง จนกว่ารัฐบาลจะตอบสนองข้อเรียกร้องทุกข้อ และขอประกาศตอบสาธารณชน พี่น้องเครือข่ายภาคประชาชน สื่อมวลชน และพรรคการเมือง ให้ร่วมจับตาการเคลื่อนไหวของพีมูฟอย่างใกล้ชิด และติดตาม ตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาลแพทองธารต่อไป ว่าจะจริงใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนหรือไม่” นายสินชัยกล่าว

