หน้าแรก การเมือง แม่ทัพภาค1 เร...

แม่ทัพภาค1 เรียกผู้ว่าฯ-ทหาร วางแนวทางปรองดอง ชม “วัฒนา” มีวิสัยทัศน์การเมืองดี

3.03.17 | 16:38 น.

“บิ๊กแดง” เรียก ผวจ.-ผบ.หน่วย พท. ภาคกลาง วางแนวทางรับฟังความคิดเห็น หนุนปรองดอง แบ่งกบุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดีเดย์เสร็จ ปลายเดือนมีนา ลั่นไม่หนักใจพื้นที่ใดเป็นพิเศษ เชื่อศักยภาคผู้ว่าทำได้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 มีนาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่1 (กกล.รส.) เป็นประธานประชุมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยเชิญ ผู้แทน กอ.รมน.ภาค 1 ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงและ ผบ.กองกำลัง ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมประชุม อย่างพร้องเพรียง


โดยพล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ตามที่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้ทุกคนมาทำงานร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของกองทัพภาคที่1 ที่รับผิดชอบ 21 จังหวัดภาคกลาง ตนได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดมารับทราบแนวทางสร้างความปรองดอง ตามแนวทางคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ชุดพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่นั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นตัวหลักในการบริหารจัดการ โดยมีหน่วยทหารในพื้นที่ ทั้งผู้บัญชาการกองพล และผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ต่างๆในกองทัพภาคที่1 เป็นผู้สนับสนุนให้ในการประสานงาน และเชิญกลุ่มเป้าหมายมาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งออกเป็น4 กลุ่มหลัก 1.นักการเมืองท้องถิ่น ทั้งนักการเมือง และผู้สนับสนุน 2.นักวิชาการ 3.ข้าราชการ นักธุรกิจในพื้นที่ และ4.กลุ่มผู้นำชุมชน ภาคประชาชน หรือเอ็นจีโอ

พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่จะหารือก็เป็นไปตามกรอบที่คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ชุดพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ กำหนดไว้ 10 ประเด็น แต่มี1 คำถามหลักที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้ฝากเอาไว้ พร้อมให้ความสำคัญมาก นั่นคือ พวกท่านมองปัญหาประเทศ และมีแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศอย่างไร เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในอนาคต

ส่วนรูปแบบการดำเนินการจะเป็นการตั้งโต๊ะกลม โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ในการหารือกัน โดยตนขอเน้นย้ำว่า10 ประเด็นที่กำหนด บวกกับอีก1 ประเด็นที่นายกฯ ฝากไว้ ตนอยากให้ทั้ง4 กลุ่มเป้าหมาย ขอให้พวกท่านมองภาพรวม และเป็นกลาง อย่ามองแต่ปัญหาอย่างเดียว แต่ขอให้มองวิธีการแก้ด้วย หากมองที่มุมท่านอย่างเดียวความสันติสุข ปรองดองก็จะไม่เกิดผล เพราะการที่รัฐบาล และคสช.ตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองขึ้นมา สะท้อนให้เห็นว่าเรามีความจริงใจสูงมากที่จะสร้างความปรองดอง

Advertisement

เมื่อถามว่าการรับฟังความคิดเห็นในระดับจังหวัดจะมีกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จ เมื่อใด พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า กรอบระยะเวลาในการดำเนินการนั้นค่อนข้างจำกัด เพราะภาระงานของกองทัพภาคที่1 มีมาก ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ก็จะมีการสรุปประเด็นทุกๆวันพุธ โดยสรุปสัปดาห์ละครั้ง แต่ในขั้นต้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมการไว้หมดแล้ว พร้อมทั้งแจ้งเชิญกลุ่มเป้าหมายรับทราบหมดแล้ว ทั้งนี้ตนเชื่อว่าด้วยศักยภาคของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะสามารถดำเนินการได้เสร็จภายในปลายเดือนมีนาคม จากนั้นก็ส่งความคิดเห็นในระดับพื้นที่ไปให้ทางคณะ อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นต่อไป

เมื่อถามต่อว่า จะมีประเด็นเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาต่างกัน พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า หากนอกเหนือจากประเด็นที่กำหนดไป ถ้าในแต่ละพื้นที่มีประเด็นเพิ่มเติมก็สามารถทำได้

เมื่อถามอีกว่า ในเขตรับผิดชอบ21 จังหวัดของกองทัพภาคที่1 มีความห่วงใยพื้นที่ใดเป็นพิเศษ หรือไม่ ผบ.กกล.รส.กองทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ตนคิดว่าในรอบ2-3 ปีที่ผ่านมา หลายๆกลุ่มหลายๆฝ่ายก็ปรับทัศนคติ และปรับตัวเอง จนเห็นความจริงใจของรัฐบาล และคสช. ตนไม่หนักใจเลย อีกทั้งเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคงไม่หนักใจเช่นเดียวกัน ส่วนพื้นที่วัดธรรมกายที่อยู่ในจ.ปทุมธานี นั้น ตนอยากให้แยกแยะด้วย ระหว่างวัดกับการเมือง แม้ว่าวัดจะมีความผูกพันในส่วนตัวบุคคลก็ตาม แต่เชื่อว่าการบริหารราชการแผ่นดิน และการปฏิรูปประเทศคนละประเด็นกัน ซึ่งประเด็นวัดธรรมกายต้องเป็นหน้าที่กรมสอบสวนคดรพืเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ยังมีบางส่วนตั้งแง่วิพากษ์วิจารณ์ว่าทหารเป็นเป็นคนทำปรองดอง พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าในระดับพื้นที่ทหารไม่ใช่ผู้ดำเนินการหลัก แต่เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการ ซึ่งชัดเจนดีแล้วว่าการเชิญกลุ่มเป้าหมายมาพูดคุยเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนทหารจะเป็นผู้สนับสนุน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งทหารได้ เช่นอยากจะให้ให้ผบ.มณฑลทหารบก ช่วยดำเนินการเรื่องใดก็สั่งได้เลย

พล.ท.อภิรัชต์ ยังกล่าวถึงการเชิญนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย มาหารือ ว่า ท่านเป็นคนให้คิดเห็นทางการเมืองหลายๆอย่าง ซึ่งเราได้พูดคุยกัน2 ชั่วโมง บรรยากาศดีมาก ซึ่งตนคิดว่านายวัฒนา เป็นคนมีวิสัยทัศน์ทางการเมืองดีมาก มีแนวทางที่นำเสนอก็สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้ดี ซึ่งการเสนอความคิดเห็นทุกคนสามารถทำได้ แต่อยากให้ทำตามแนวทางที่กำหนด เพื่อให้ประเทศเกิดความสันติสุข ซึ่งจากการพูดคุยนายวัฒนาได้บอกว่าต่อไปนี้ว่าถ้ามีอะไรจะเสนอความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์

“คุณวัฒนาพูดกับผมว่า เมื่อเราให้เกียรติ ด้วยการเชิญมาพูดคุย คุณวัฒนาก็ดีใจ ซึ่งผมก็ให้เกียรติ เพราะเขาเป็นนักการเมืองเก่าที่มีบทบาทสูง” มทภ.1 กล่าว