ไวมาก! 2 ส.ส.พรรคเล็ก ยอมรับให้พรรคเดิมขับออก ก่อนซบ “กล้าธรรม”แค่วันเดียว ตามคำชวนของ“ธรรมนัส”
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมแล้ว หลังจากที่พรรคใหม่ ซึ่งเป็นพรรคเดิมที่สังกัด มีมติขับออกจากสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ การทำงานในพรรคใหม่ ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยอมรับว่า ไม่มีบทบาท ไม่มีที่ยืน และทำงานร่วมกันไม่ได้ ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และเมื่อมีหลายพรรคที่เป็นรัฐบาลชวนไปอยู่ด้วยจึงได้ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ยอมรับว่า การตัดสินใจดังกล่าว เพราะได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ
“การย้ายสังกัดก็เพื่อให้มีโอกาสทำงานช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ แม้ที่ผ่านมาจะลงพื้นที่ช่วยประชาชน แต่ไปในนามพรรคเล็กคนไม่สนใจ อีกทั้งการทำงานในสภาฯ อยู่พรรคเดิมไม่มีบทบาท การเสนอร่างกฎหมาย ญัตติ ไม่สามารถทำได้เพราะต้องมี ส.ส.ร่วมรับรอง แต่เมื่อย้ายสังกัดแล้วเชื่อว่าจะทำงานได้มากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับพรรคเดิมที่ผมสังกัด เดิมผมเป็นหัวหน้าและคิดจะยุบ แต่กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคบางคนไม่ให้ยุบ เพราะอยากทำต่อ ดังนั้น จึงใช้แนวทางลงมติขับผมออกจากพรรค ซึ่งขณะนี้ผมเป็นสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม และได้เป็นส.ส.พรรคกล้าธรรม 100 %” นายกฤดิทัช กล่าว
เมื่อถามว่า การย้ายพรรคเป็นแนวทางของกลุ่มพรรคเล็ก 1 เสียงด้วยหรือไม่ นายกฤดิทัช กล่าวว่า ที่ผ่านมา สส.ในกลุ่มพรรคเล็ก 5-6 คน คุยกันตลอด เพราะมีแนวทางขับเคลื่อนเพื่อยื่นญัตติต่างๆ ร่วมกัน แต่การย้ายสังกัดมาอยู่พรรคกล้าธรรมนั้น ขณะนี้มีชัดเจน 2 คน คือ ตนและนายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเดิมสังกัดพรรคพลังสังคมใหม่ ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการพิจาณาแนวทาง ตนตอบแทนคนอื่นไม่ได้
ด้าน นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า พรรคพลังสังคมใหม่ มีมติขับตนออก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม จากนั้นวันที่ 7 ตุลาคม ตนได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรมแล้ว เหตุผลที่ย้ายเนื่องจากพรรคเดิมไม่สามารถนำนโยบายพรรคมาปฏิบัติต่อประชาชนได้ มีอุปสรรคในการแก้ปัญหา ส่วนเหตุผลที่เลือกพรรคกล้าธรรม เพราะเป็นพรรคที่ว่างอยู่ และได้พิจารณาแนวทางนโยยบายแล้ว เชื่อว่าแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ โดยการเลือกตั้ง สส.รอบหน้า จะส่ง สส.ลงชิงเก้าอี้ ที่จ.น่าน เขต 1 ด้วย
เมื่อถามว่า ที่มาอยู่พรรคกล้าธรรม เพราะ ร.อ.ธรรมนัส ชวนมาใช่หรือไม่ นายเชาวฤทธิ์ กล่าวว่า “ไม่เชิง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายเชาวฤทธิ์ ฐานะหัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ ยังได้นำเจ้าหน้าที่พรรคฯ ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน ที่ อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาชุดใหม่ และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งก่อนหน้าเพียงวันเดียวที่ขอให้ที่ประชุมพรรคพลังสังคมใหม่ขับออก ตามกระบวนการของกฎหมายเพื่อย้ายพรรค

