‘นายกฯอิ๊งค์’ ทำไทยผงาดเวทีอาเซียน ‘จิรายุ’ เผยสปอตไลต์ฉายเต็มๆ คู่เจรจา พร้อมขยายการค้า-ลงทุน

11.10.24 | 08:32 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’ ทำไทยผงาดเวทีอาเซียน ‘จิรายุ’ เผยสปอตไลต์ฉายเต็มๆ คู่เจรจาพร้อมขยายการค้า-ลงทุน มั่นใจกลับมาเป็นเสือตัวที่ 1

โฆษกรัฐบาลสรุป 10 ภารกิจ วันที่สองของการประชุมสุดยอดอาเซียน นายกฯ “ทำไทยแลนด์เนื้อหอม” หลายประเทศคู่เจรจา พร้อมขยายการค้า-การลงทุน ความมั่นคงด้านอาหาร-อุตสาหกรรมใหม่-แก้ปัญหาข้ามแดน มั่นใจไทยแลนด์ผงาดเป็นเสือตัวที่หนึ่งบนเวทีอาเซียน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 44-45 ตลอด 2 วัน (9-10 ตุลาคม) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติภารกิจแทนประชาชนคนไทยได้อย่างยอดเยี่ยม จนสื่อมวลชนทั่วโลกจับตาผู้นำสุภาพสตรีคนใหม่ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ บุคลิก และความเป็นกันเอง รวมทั้งการแสดงวิสัยทัศน์จนทำให้ผู้นำหลายประเทศ ออกปากชื่นชมหลายครั้ง และไม่เพียงแต่ภาพลักษณ์ผู้นำของประเทศไทยที่ดี สาระสำคัญในการนำประเด็นต่างๆ เสนอในที่ประชุม ทั้งวงเล็กและวงใหญ่ที่ประเทศไทยจะสามารถบรรลุผลอันนำไปสู่ความเจริญในทุกมิติของประเทศที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมอาเซียน 10 ประเทศ หรือการหารือทวิภาคี หรือแม้กระทั่งการประชุมกับประเทศมหาอำนาจในหลากหลายด้าน อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา ก็ยิ่งทำให้สปอตไลต์ฉายมาที่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

นายจิรายุกล่าวว่า โดย 10 โอกาสสำคัญในการประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และพบปะหารือกับประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี จากหลายประเทศ อันเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ไทยมีโอกาสกลับมาผงาดเป็นเสือตัวที่ 1 ของอาเซียนได้อีกครั้ง อาทิ 1.วงประชุมอาเซียน-จีน ครั้งที่ 27 ที่มุ่งบูรณาการเศรษฐกิจ สานสัมพันธ์ประชาชน และความร่วมมือด้านความมั่นคง ย้ำความสัมพันธ์อาเซียน-จีนเป็นรากฐานสันติภาพและความเจริญในภูมิภาคนี้

Advertisement

2.การประชุมอาเซียน-เกาหลีใต้ครั้งที่ 25 โดยนายกรัฐมนตรีของไทยเราได้เสนอวิสัยทัศน์ ‘ABC’ Advanced Technology-Balanced development-Creative economy (เทคโนโลยีขั้นสูง-การพัฒนาที่สมดุล-เศรษฐกิจสร้างสรรค์) ในการพัฒนาหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน (CSP) กับเกาหลีใต้ 3.การประชุม อาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 27 ที่ไทยเสนอการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม 3 แนวทาง ได้แก่ ดิจิทัล พลังงานสีเขียว และนวัตกรรม

ส่วนการประชุมสำคัญ ของอาเซียน 10 ประเทศ กับ อีก 3 ประเทศ หรืออาเซียน+3 (ASEAN Plus Three : APT) ครั้งที่ 27 ซึ่งประเทศไทยย้ำ 3 ประเด็นในการส่งเสริมภูมิภาคเอเชียตะวันออกให้สามารถปรับตัวให้ทันกับภาวะการณ์ปัจุบัน เช่น การต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหารและการจัดการทรัพยากรน้ำ และเสถียรภาพทางการเงิน

5.นายกรัฐมนตรีเข้าพบปะหารือทวิภาคีกับนายยุน ซ็อก ย็อล (Yoon Suk Yeol) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ซึ่งนายยุนออกปากชมประเทศไทยที่สามารถตั้ง Thailand Creative Culture Agency (THACCA) ที่สามารถชูศักยภาพอุตสาหกรรมคอนเทนต์และซอฟต์พาวเวอร์ไทย ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในหลากหลายประเด็น

6.การหารือทวิภาคีกับนาย Klaus Schwab ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum : WEF ซึ่งผู้ก่อตั้งได้กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ร่วมประชุม WEF ที่เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปีหน้าเพื่อประชาสัมพันธ์และแสดงศักยภาพของไทยในด้านต่างๆ อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน อาหาร เป็นต้น

สำหรับในห้องประชุมที่ 7.ของวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการประชุมนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้าหารือกับนายจัสติน ทรูโด (The Right Honourable Justin Trudeau) นายกรัฐมนตรี ประเทศแคนาดา ซึ่งได้ออกปากชื่มชมประเทศไทยที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นชาติแรกในอาเซียน และพร้อมร่วมมือด้านการศึกษาและการอาชีวะระหว่างกัน

ส่วนในห้องประชุมที่ 8. เป็นการหารือกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่จะสนับสนุนโครงการ “6 ประเทศ 1 จุดหมาย” เพื่อกระตุ้นให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคมีความคึกคัก การส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียมาเที่ยวเมืองไทยมากเป็นอันดับ 1 ในขณะนี้

ส่วนการประชุมลำดับที่ 9.เป็นการหารือกับนายแอนโทนี เจ. บลิงเกน (H.E. Antony J. Blinken) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในฐานะสะพานเชื่อม กับอาเซียนต่อ อเมริกา(bridge builder) เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในระดับภูมิภาคและระดับโลก และไทยยืนยันในการสนับสนุนร่วมกันในทุกมิติของทั้ง 2 ประเทศ

ส่วนการประชุมในช่วง 19.00 น. ในครั้งที่ 10 ของวานนี้เป็นการหารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน โดยประกาศให้ปี 2568 เป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน (Golden Year of Friendship) เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองฝ่ายจะเร่งจัดการประชุม JC เศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 7 ในเร็ววัน เพื่อขยายโอกาสการค้า-การลงทุนระหว่างกัน

“การประชุมของนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนของประเทศตลอดทั้งวัน ผู้นำประเทศต่างๆ ที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีของไทย ต่างแสดงความประทับใจและมั่นใจว่าไทยจะกลับมามีบทบาทนำในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงศักยภาพของไทย ที่จะช่วยผลักดัน การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพและความสงบสุข โดยเชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธารจะทำให้ประเทศไทยกลับมาโดดเด่นบนเวทีระดับโลกและเป็นที่ติดตามของประชาคมโลกอีกครั้ง” นายจิรายุกล่าว