โฆษกวิปวุฒิสภา’ เผยยังไม่ได้คุย ปมตั้งกมธ.ร่วมกันแก้กม.ประชามติ ชี้ แก้กม.ประชามติไม่ต้องเร่ง หากจะประชามติ พร้อมเลือกตั้งท้องถิ่น ให้ใช้ฉบับปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบต่อการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่วุฒิสภาแก้ไขให้ใช้หลักเกณฑ์ผ่านประชามติในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญด้วยเสียงข้างมาก 2 ชั้น ทำให้ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันพิจารณา ว่ารายละเอียดดังกล่าวไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุมวิปวุฒิสภา เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่คาดว่าในสัปดาห์หน้าอาจจะมีการเสนอรายละเอียดหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งเรื่องกลับมาให้วุฒิสภาแล้ว
นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในการประชุมวุฒิสภาสัปดาห์หน้า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้มีหนังสืองดการประชุม วันที่ 14-15 ตุลาคม ดังนั้น หากเรื่องดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาก็คาดว่าจะเป็นสัปดาห์ถัดไป ส่วนหลักเกณฑ์การเลือกตัวแทน ส.ว. เข้าไปเป็น กมธ.ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามตินั้น เบื้องต้นต้องให้ ส.ว.ร่วมกันพิจารณาและลงมติเลือก
เมื่อถามว่า ในฐานะผู้ที่เสนอให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากสองชั้น จะเสนอตัวเองไปเป็น กมธ.ร่วมหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า แล้วแต่สมาชิกจะพิจารณา
เมื่อถามว่า ในการอภิปรายของ ส.ส. พบข้อโต้แย้งหลายประเด็นเกี่ยวกับเกณฑ์ใช้เสียงข้างมากสองชั้น หากเข้าสู่ กมธ.ร่วมจะสู้ได้หรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ตนได้ติดตามการอภิปรายของ ส.ส.อยู่บ้าง ซึ่งเมื่อต้องไปสู้กันใน กมธ.ร่วม ก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะ แต่ต้องทำเต็มที่เพราะการแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นกติกาสำคัญของประเทศ และบังคับใช้กับประชาชนทั้งประเทศต้องคงหลักการเสียงข้างมากไว้
เมื่อถามว่า ในการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎร พบว่ามี ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอลดเกณฑ์ผ่านประชามติด้วยเกณฑ์ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 ส่วนตัวรับได้หรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ใน กมธ.ร่วมกันคงต้องหารือในรายละเอียด ซึ่งเบื้องต้นไม่ทราบว่าเงื่อนไขอย่างไร อีกทั้งตนก็ไม่ทราบว่าจะได้เป็น กมธ.ด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่า การแก้ พ.ร.บ.ประชามติ จำเป็นต้องเร่งทำหรือไม่ นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเร่ง เนื่องจาก พ.ร.บ.ประชามติ 2564 สามารถใช้บังคับได้ ดังนั้น หากต้องการให้ทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญสามารถนำกฎหมายปัจจุบันใช้ได้ทันที ส่วนที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าหากไม่แก้จะเป็นอุปสรรคให้การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ตนมองว่าฟังไม่ขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่กระทบกับประชาชน ดังนั้น เมื่อการแก้รัฐธรรมนูญเป็นผลดีกับประชาชน และประชาชนได้ประโยชน์ ก็เชื่อว่าประชาชนจะมาลงคะแนนเกินกึ่งหนึ่งแน่นอน อีกทั้งตนมองว่าเกณฑ์เสียงข้างมากสองชั้นไม่ได้ยากเกินไป เพราะหากคำนวณดูแล้วจะใช้อัตราแค่ 25% ของผู้มีสิทธิเท่านั้น เช่น หากมีประชาชนที่มีสิทธิ 50 ล้านคน กึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ คือ 25 ล้านคน แต่เสียงผ่านประชามติใช้ 12.5 ล้านคนเท่านั้น ถือว่าไม่ยากเกินไป

