หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม จ่อห...

ภูมิธรรม จ่อหารือเมียนมา แก้ปมรุกล้ำแม่น้ำสาย ยอมรับทางเลือกสุดท้ายอาจย้ายเมือง

11.10.24 | 14:03 น.

‘ภูมิธรรม’ เตรียมหารือเมียนมา แก้ปมรุกล้ำแม่น้ำสาย เผยแผนระยะยาวอาจถึงขั้นย้ายเมือง พร้อมชมกองทัพ ช่วยอุทกภัยทันท่วงที พร้อมระบุสั่งการรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางและภาคใต้แล้ว

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมถึงเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่เกิดอุทกภัยของหน่วยทหารและกองทัพในขณะนี้ว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้ได้คุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพในเรื่องนี้ โดยมีการสรุป 3 มาตรการแก้ไขปัญหา ซึ่งในส่วนของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นนั้น ต้องขอชื่นชมเหล่าทัพ พร้อมให้กำลังใจ เพราะว่าหลังจากเกิดเหตุรัฐบาลไม่ต้องสั่งการอะไร เพราะทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วในการลงไปช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัย สามารถเข้าถึงพื้นที่และทำงานได้ทันที จากนั้นจึงมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ส่วนหน้าขึ้น ซึ่งขณะนี้มี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งยังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่อุทกภัย โดยจะทำงานให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน

นายภูมิธรรมกล่าวยอมรับว่า ครั้งนี้เป็นการท่วมแบบพิเศษ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นมาก่อน และพบว่ามีเหมืองอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้น รวมทั้งมีโคลน มีต้นไม้ไหลลงมาตามกระแสน้ำเป็นจำนวนมาก ส่วนการฟื้นฟูนั้น ทหารพิจารณาแล้วว่าวงเงิน 9,000 บาท ที่มอบให้ผู้ได้รับผลกระทบยังไม่สามารถช่วยฟื้นฟูได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมกำลังใจ ซึ่งได้มีการมอบหมายให้จัดการประชุมและหาทางออกว่าจะใช้กฎระเบียบ หรือนโยบายอย่างไรในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือได้มากขึ้น

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ได้มีการพูดคุยถึงการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อ.แม่สาย ระยะยาวด้วย โดยในส่วนของแม่น้ำสายอาจจะต้องมีการขุดลอกใหม่ โดยในที่ประชุมสภากลาโหมได้มีการนำภาพถ่ายดาวเทียมของบริเวณดังกล่าวมาดู และเห็นว่าทางน้ำเหลือเพียงแค่ 20 เมตรเท่านั้น จึงคิดว่าต้องดำเนินการทันที หลังจากปัญหาเฉพาะหน้าได้ผ่านพ้นไป โดยจะมีการเรียกประชุม ศปช.ในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณาว่าจะทำอย่างไรในด้านการหารือกับเมียนมา โดยกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งได้มีการประสานกับทางการเมียนมาเพื่อจะพูดคุยกันแล้วว่าอาจจะต้องมีการผลักดันพื้นที่รุกล้ำออกไปทั้งหมดทั้งสองฝ่าย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถพูดคุยกันได้

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จะต้องดูว่าสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง เช่น เรื่องดิน และถึงที่สุดหากแก้ไขปัญหาไม่ได้อาจจะถึงขั้นต้องเปลี่ยนแปลง หรือย้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่เรากำลังคิดกันอยู่ เพราะเรากำลังคาดการณ์ว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทุกปี ในระยะเวลาไม่ถึง 100 ปี บ้านเมืองที่อยู่ในบริเวณนั้น ก็อาจกลายเป็นเมืองใต้ดินไปได้ จากการถูกสิ่งต่างๆ ทับถม

Advertisement

เมื่อถามว่า หากมีการย้ายเมืองจะต้องมีการเวนคืนพื้นที่เพื่อรองรับด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า กรณีดังกล่าวขอให้เป็นกรณีสุดท้าย หากไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้แล้วจริงๆ เนื่องจากจะต้องดูทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง งบประมาณ และเรื่องอื่นๆ ด้วย

สำหรับมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้นั้น นายภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลก็ได้ดูแลสถานการณ์ทั่วประเทศอยู่แล้ว โดยขณะนี้ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้เริ่มมีฝนตก จึงได้มีการสั่งการให้มีการป้องกันสถานการณ์อุทกภัยในทุกพื้นที่ดังกล่าวไว้แล้ว