‘นิกร’ โอด ส.ว.งดประชุม ยืดตั้ง กมธ.ร่วม หวั่นไม่ทันเลือกตั้ง อบจ. หวัง 21 ต.ค.นี้มีมิชชั่นอิมพอสซิเบิล ชี้แก้มาตราเดียวทำเร็วได้
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 30 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ 9 ตุลาคม 2567 ที่ประชุมได้ลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ …) พ.ศ. … จึงกำหนดจำนวนบุคคลที่จะประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว สภาละ 14 คน และได้ลงมติตั้งบุคคลเป็นกรรมาธิการฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร และส่งไปยังวุฒิสภา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 แล้วนั้น
ล่าสุด ทราบว่าประธานวุฒิสภามีคำสั่งให้งดการประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 14 และวันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2567 โดยแต่เดิมคาดหวังว่าในวันที่ 15 ตุลาคม จะมีการประชุมวุฒิสภาเพื่อเสนอ กมธ.ร่วม 14 คน แล้วต่อจากนั้นวันที่ 16 ตุลาคม จะได้มีการนัดประชุม กมธ.ร่วม เพื่อหารือและหาข้อสรุปเกี่ยวกับประชามติ และได้ประเมินไว้ว่า 16-23 ตุลาคม ก็ยังถือว่าทันอยู่ จะได้สรุปรายงานส่งเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 24 ตุลาคม จากนั้นในวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งจะมีการประชุมวุฒิสภาหากตกลงกันได้ตามร่างของ กมธ.ร่วม และเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 30 ตุลาคม ก่อนที่จะปิดสมัยประชุม
“แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ความคาดหวังที่ว่าจะทำประชามติตรงกับวันเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศก็แทบจะสิ้นหวังไป นอกเสียจากจะมีมิชชั่นอิมพอสซิเบิลเกิดขึ้น โดยถ้ามีการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 21 ตุลาคม เพื่อกำหนดชื่อ 14 คน ฝ่าย ส.ว. แล้วส่งชื่อมาทันที จากนั้นก็สามารถนัดประชุม กมธ.ร่วมครั้งแรกได้ในวันที่ 22 ตุลาคม และประชุมต่อเนื่องในวันที่ 23-24 ตุลาคม ดังนั้น เมื่อเสร็จแล้วก็ทำรายงานส่ง 2 สภาได้ ประชุมเพียง 1-2 วัน ก็จบได้เหมือนกัน เนื่องจากมีมาตราเดียว มีไม่กี่ถ้อยคำ
วันที่ 28 ตุลาคม วุฒิสภาสามารถประชุมเห็นชอบข้อข้อสรุปของ กมธ.ร่วมได้ และวันที่ 30 ตุลาคม สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถประชุมให้ความเห็นกับร่างแก้ไขของ กมธ.ร่วมได้ ก่อนปิดสมัยประชุมในวันเดียวกัน ซึ่งก็ยังทันอยู่หากทั้งสองสภาประนีประนอมความเห็นต่างในคราวนี้ได้” นายนิกรกล่าว

