อดีตกกต. ชี้วิญญูชน ย่อมรู้ได้เอง ตุลาการไม่ใช้อคติ วิจารณ์ยุบก้าวไกล อย่างที่ศาลระบุมาหรือไม่?
จากกรณีที่ สำนักเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ทำหนังสือ รับทราบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎร กรณีที่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพูดติดตลก ระหว่างการสัมมนาทางวิชาการถึงคดียุบพรรคก้าวไกล ตอนหนึ่งว่า พรรคประชาชนต้องขอบคุณตนเอง ที่ยุบพรรค ทำให้ได้เงินบริจาคถึง 20 ล้าน
พร้อมแจ้งว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นตอนหนึ่งว่า การแสดงความคิดเห็นของ ตุลาการฯดังกล่าว มิได้เป็นการแสดงความคิดเห็นอันมีลักษณะเสียดสี ประชดประชันพรรคการเมืองใด และ ไม่กระทบกระเทือน หรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง
ล่าสุด ( 12 ต.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า การเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ บทบาทหน้าที่หนึ่งที่ได้รับมอบหมายตามรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยเรื่องสำคัญของบ้านเมือง แต่มิได้หมายความว่า จะมีอภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่น
ยิ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องวินิจฉัยคุณสมบัติคนอื่นในเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม ตัวเองยิ่งต้องมีจริยธรรมเท่าเทียมหรือสูงกว่า
การพูดในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายหรือให้สัมภาษณ์ ยิ่งต้องพึงระมัดระวังว่า จะนำไปสู่การขาดความน่าเชื่อถือขององค์กรหรือเป็นการทำให้สังคมรู้สึกว่ามีคติในการวินิจฉัยหรือไม่
คลิปที่ท่านไปพูด ก็มีข้อความที่ถูกถอดเผยแพร่ทั่วไป แต่เมื่อคณะตุลาการทั้งหมดเห็นว่า มิได้เป็นการพูดส่อเสียด มีอคติ ทำให้เสื่อมเสียองค์กร ทำให้เสื่อมเกียรติของการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นสิทธิของท่านในการวินิจฉัย
แต่วิญญูชนที่ได้ฟังข้อความดังกล่าว ย่อมรู้ได้ดีว่า การวินิจฉัยของคณะในเรื่องนี้ นำไปสู่ความเสื่อมเกียรติขององค์กรหรือไม่


