‘ธนาธร’ ปัดตอบ ปม ‘ธีรยุทธ’ ยื่นศาลรธน. ร้องทักษิณ-เพื่อไทย ล้มการปกครอง ด้าน ‘วิโรจน์’ บอก ไม่เห็นด้วยพฤติการณ์ ทำร้าย ทำลาย พรรคการเมืองที่มาจากเสียงประชาชน ยัน ควรใช้กลไกสภาตรวจสอบหากมีความผิดจริง
เมื่อเวลา 12.55 น.วันที่ 12 ตุลาคม 2567 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ปฏิเสธแสดงความเห็นกรณีที่ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ออกมาร้องศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้สั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย หยุดการกระทำอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขใน 6 ประเด็นว่า ตนไม่ได้ติดตามการเมืองรายวัน จึงไม่มีความเห็นต่อเรื่องนี้
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองและพฤติกรรมของนายทักษิณเป็นไปตามคำร้องหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ตนยังไม่เห็นคำร้อง คงจะออกมาพูดไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า มองเรื่องที่ออกมาร้องนี้ว่าอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่ได้มอง อย่างที่บอกไปว่าตนไม่ได้ติดตามประเด็นการเมืองรายวันอย่างใกล้ชิด จึงไม่ทราบว่าเนื้อหาคำร้องมีรายละเอียดอย่างไร
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าคำร้องดังกล่าวยึดโยงไปถึงคำร้องยุบพรรคก้าวไกล นายธนาธรกล่าวว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็มีรูปแบบการทำงาน ที่เป็นตัวของตัวเอง แล้วส่วนของพรรคเพื่อไทยก็มีแนวทางการทำงานของตัวเอง คงไม่สามารถนำมายึดโยงกันได้
เมื่อถามว่า หนึ่งในคำร้อง 6 ข้อ มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลในพื้นที่ ได้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างไร นายธนาธรได้ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ถามจากทางนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
โดยนายวิโรจน์ระบุว่า เรื่องนี้คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป พร้อมชวนตั้งข้อสังเกต ว่าเห็นความผิดปกติของการออกมาร้องในครั้งนี้ 1 คนร้อง ที่มี 1 คนร้องและกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งมีหน้าที่ทำร้าย ทำลายพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตนมองว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเรามองเป็นเรื่องปกติไม่ได้ ดังนั้น ตนคิดว่า หากจะมีการนำข้ออ้างนั้นมาร้องควรจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ตนมองไกลกว่านั้นว่า หากพ้นจากประเด็นนี้ก็จะมีประเด็นอื่นอีก คือมี 1 นักร้อง และอีก 1 กลุ่มคนทำร้าย ทำลาย ซึ่งก็จะสามารถทำร้าย ทำลายคนที่ประชาชนเลือกมา ซึ่งตนยืนยันว่าตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน เราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่ผิดปกติ
เมื่อถามว่า แสดงว่าการออกมาร้องนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนบุคคล สลับกันทำหน้าที่ใช่หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ตนมองโดยพฤติการณ์ ส่วนกลุ่มคนนั้นตนขอไม่ไปเพ่งเล็งว่าเป็นใคร เราดูที่พฤติกรรม ซึ่งตนเรียกว่าเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เคารพสิทธิของประชาชน ซึ่งเราไม่เห็นด้วย ตนไม่อยากไปให้รายละเอียดว่าเรื่องนั้นหรือเรื่องนี้มีเหตุผลหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้วเราก็จะรู้ แต่ตนมองในภาพใหญ่
เมื่อถามว่า แสดงว่าหากมีเรื่องใดที่เกิดข้อสงสัยควรนำมาพูดกันในสภา หรือนำมาอภิปราย ใช่หรือไม่นั้น นายวิโรจน์ตอบว่า “ถูกต้องครับ มารวมกัน เพราะมีกลไกของกรรมาธิการ มีกลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเป็นเรื่องแบบนั้นจริงนายกรัฐมนตรีก็ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยกลไกของรัฐสภา ไม่ใช่พ้นไปด้วยกระบวนการอื่น”

