หน้าแรก การเมือง วงเสวนากมธ.ทห...

วงเสวนากมธ.ทหาร สงสัยทบ.-ทร.​ ไม่เอาอย่างทอ. ขานรับมติครม. ห้ามหักหนี้กำลังพล เหลือไม่ถึง 30 %

12.10.24 | 16:25 น.

“กมธ.ทหาร”​ จัดเสวนา​ ตีแผ่ธุรกิจ​ “เสนาพาณิชย์” ลั่น​ ทหารต้องมาจากความสมัครใจ​ ยัน​ ไม่ได้เป็นศัตรูกับกองทัพ​ แต่ต้องการให้มีประสิทธิภาพ​ ถามทบ.-ทร.​ไม่ขานรับมติครม. ห้ามหักหนี้กำลังพลเหลือไม่ถึง​ 30% ตั้งข้อสังเกตุ​คนปล่อยกู้หวังเป็นทั้งเจ้านาย​ -​เจ้าหนี้​

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2567 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร​ สภาผู้แทนราษฎร​ จัดงานเสวนาตามหาขุมทรัพย์ของกองทัพไทย การบริหารธุรกิจเชิงพาณิชย์ของกองทัพ​ โดยมี นาย​วิโรจน์​ ลักขณา​อดิศร​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน​ ในฐานะประธาน​กมธ. , นายธนาธร​ จึง​รุ่งเรือง​กิจ​ ประธานคณะก้าวหน้า​, นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุธานี พรรคประชาชน​ ในฐานะรองประธานกมธ.​, น.ส.เบญจา​ แสงจันทร์​ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายจิรัฏฐ์​ ทองสุวรรณ์​ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ​พรรคประชาชน, นายพิจารณ์​ เชาว์​พัฒนวงศ์​ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ร่วมเสวนา

โดย นายวิโรจน์​ ระบุว่า​ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ต้องสร้างระบบการรับสมัครทหารประจำการแบบหัวใจ 100% ซึ่งไทยมีหน่วยรบพิเศษอยู่มากมาย ถือเป็นการฝึกมนุษย์เหล็ก จึงมีการตั้งคำถามว่า คณะกรรมการทหารไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนได้จากหน่วยรบพิเศษ​ ทั้งที่การฝึกเหล่านั้นหนักหน่วงสาหัส​ แต่เป็นการฝึกที่มีแบบแผน​ ผ่านการสมัครใจ​ จึงง่ายทั้งผู้ฝึกและครูฝึก​ จึงมองว่าทหารเกณฑ์​ควรมาจากการสมัครใจ​ ซึ่งจากโครงการพลทหารปลอดภัยในการรับเรื่องราวร้องทุกข์วัน 38 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ทหารเกณฑ์ที่ไม่สมัครใจ​

สิ่งที่ผ่านมา กองทัพไม่เคยบังคับใช้ พ.ร.บ.อุ้มหาย และเอาผิดกับผู้บังคับบัญชา ในกรณีที่พลทหารเสียชีวิต ตราบใดที่ไม่มีระเบียบเอาผิดกับผู้บังคับบัญชา อิงกับพ.ร.บ. อุ้มหาย หรือพ.ร.บค้ามนุษย์​ ที่ต้องรับผิดถึง​ 2 เท่า​ และจะเป็นวัฒนธรรม​ลอยนวลของผู้บังคับบัญชา​ที่พ้นผิด จะเป็นข้อสงสัยในใจประชาชน​ ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงผลการสอบกรณีทหารเสียชีวิต​ที่ยังไม่คืบหน้า​ หรือลงโทษผู้บังคับบัญชา​ อย่างมากมีเพียงคุมขัง​ 45 วัน

ขณะเดียวกั นายวิโรจน์​ ยังกล่าวถึงระบบเสนาพาณิชย์​ ที่มีการอ้างว่า ใช้เงินนอกงบประมาณ เพื่อดูแลพลทหารชั้นผู้น้อย​ นอกจากนี้เรื่องสวัสดิการที่ครม. มีมติห้ามหักเงินเดือนเหลือไม่ถึง​ 30 % และการหักหนี้ดังกล่าว​ ถือเป็นภัยความมั่นคง​ ถือเป็นการหน่วงรั้ง ไม่ให้เกิดการออกระเบียบการหักหนี้​ ซึ่งมีเพียงกองทัพอากาศเป็นผู้ปฏิบัติ​เท่านั้น​ จึงต้องติดตามผบ.ทบ และผบ.ทร.ไป​ เพราะการปล่อยกู้ในสหกรณ์​นายทหารชั้นนายพล​ กลายเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา​และเจ้าหนี้ไปพร้อมกัน​ ขณะเดียวกันนายทหารชั้นผู้น้อยนอกจากจะต้องถือปืนเพื่อป้องกันภัยความมั่นคงแล้วยังคงต้องรับสายคอลเซ็นเตอร์​ และเจ้าหนี้​

Advertisement

นายวิโรจน์​ ยืนยันว่า​ สิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับกองทัพแต่ต้องการให้กองทัพมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เอาเวลาและทรัพยากรไปปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวใยกับภารกิจหลักของตัวเอง​