หน้าแรก การเมือง อนุสรณ์ ซัด ธ...

อนุสรณ์ ซัด ธีรยุทธ คำร้องไกลความจริง เหน็บคงคิดว่าเคยสำเร็จ อัด ทำไมมาร้องตอน พปชร.ไม่ร่วมรบ.

12.10.24 | 15:53 น.

อนุสรณ์ ชี้คำร้อง ธีรยุทธ ห่างไกลความเป็นจริง เหน็บคงคิดว่าทำสำเร็จมาแล้ว ซัดทำไมมายื่นตอน พปชร. ไม่ได้ร่วมรบ. ไล่ เอาเวลาไปกอบกู้พรรคตัวเองให้เข้มแข็งก่อน เพราะแตกเป็นเสี่ยงๆแล้ว

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้สั่ง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พรรคเพื่อไทย เลิกใช้สิทธิและเสรีภาพ อันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่า 6 ประเด็นที่นายธีรยุทธไปยื่นร้อง คนที่ได้เห็นเนื้อหาก็มีความรู้สึกว่าเนื้อหาไกลมากจากสถานการณ์ความเป็นจริงของพรรคเพื่อไทย ซึ่งใน 6 ประเด็นจะเห็นได้ถึงความพยายามที่จะเขียนและเชื่อมโยงล้อกับคำว่าเซาะกร่อนบ่อนทำลาย อาจถือว่าเป็นประเด็นที่เคยไปร้องยุบพรรคก้าวไกล แต่ในประเด็นของพรรคเพื่อไทยนั้นยังห่างไกลกับการยื่นคำร้องนี้

“ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ มีสิทธิที่จะร้องก็ร้อง แต่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง ประชาชนจะจับตาเพราะ 6 ประเด็นไม่ใกล้เคียงกับสถานการณ์ความเป็นจริง และไม่มีพฤติการณ์ไหนที่จะไปถึงเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยคงไม่ประมาท เพราะเหมือนมีความพยายามเชื่อมโยงว่าเขาคงคิดว่าทำสำเร็จมาแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องที่เขาเคยทำสำเร็จมา” นายอนุสรณ์​กล่าว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ในคำร้องมีการระบุว่านายทักษิณครอบงำพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์กล่าวว่า หลายเรื่องที่เขียนมานั้นเห็นว่ามีความพยายามรวบรวมเรื่องราวในอดีตมาใส่ไว้ให้ได้ 5,000 หน้าเท่านั้น เพราะบางเรื่องมีข้อสรุปไปแล้วว่าไม่ได้มีส่วนของการกระทำความผิดแต่อย่างใด คิดว่าเรื่องสำคัญในคำร้องคงจะเป็นประเด็นที่นายทักษิณไปสั่งการให้เอาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออก เพราะหลายฝ่ายคิดว่าเหตุการณ์อะไรต่างๆ เกิดมานานแล้วไม่ได้ยื่น แต่เมื่อพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ร่วมรัฐบาลกลับมายื่น ดังนั้นในข้อกล่าวหาเดิมๆ คนที่มีหน้าที่ในฝ่ายกฎหมายเขาก็ตอบอย่างเชี่ยวชาญและมีความแม่นยำในประเด็นนี้

ต่อข้อถามว่า ในคำร้องที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ คิดว่าเป็นการแก้แค้นส่วนตัวหรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าวว่า ชัดเจนว่าหากพลังประชารัฐยังอยู่ร่วมรัฐบาล แสดงว่าจะไม่ยื่นใช่หรือไม่ ถึงเพิ่งจะมายื่นในตอนที่ไม่อยู่แล้ว ในความเป็นจริงถ้าเราไปมองเนื้อในพรรคพลังประชารัฐ เฉพาะในปัจจุบัน เห็นได้ว่าขนาดในพรรคเขาเองยังแตกเป็นหลายก๊ก หลายเหล่า แตกเป็นเสี่ยงๆ ที่นั่งในสภาส่วนหนึ่งก็นั่งเป็นฝ่ายค้าน ส่วนหนึ่งก็มานั่งกับรัฐบาล ดังนั้นก่อนจะไปร้องคนอื่น น่าจะเอาเวลามาทบทวนและทำพรรคให้เข้มแข็ง กอบกู้วิกฤตให้กลับคืนมา แต่เมื่อจัดเรียงความสำคัญของปัญหาผิด คือการไปร้องพรรคเพื่อไทยก่อน โดยที่ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคตัวเองไม่ได้แก้ไข แทนที่จะทำเรื่องของตัวเองให้เข้มแข็งก่อน จึงทำให้ผิดไปหมด

Advertisement