หน้าแรก การเมือง พท.ดัน กม.ประ...

พท.ดัน กม.ประชามติ ให้ทันเลือก ส.จ. ‘สรวงศ์’ ชี้ แยกออกเปลืองงบ สภาถก ‘นิรโทษ’ 17 ต.ค.

14.10.24 | 05:49 น.

พท.ดัน กม.ประชามติ ให้ทันเลือก ส.จ. ‘สรวงศ์’ ชี้แยกออกเปลืองงบ สภาถก ‘นิรโทษ’ 17 ต.ค.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กรุงเทพฯ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. … ยังไม่ได้ข้อยุติ อาจส่งผลให้การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ว่า พรรค พท.อยากรักษาวัน และเวลาให้ได้มากที่สุด สิ่งแรกคือพยายามให้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่อยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของ 2 สภา ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และหวังว่าจะทันได้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เชื่อว่าเมื่อได้ประชุมร่วมกัน น่าจะคุยกันได้ในชั้นของกรรมาธิการร่วม หากมีอะไรที่ปรับแก้ หรือโอนเอียงได้ จะพยายามทำให้ทัน

“ยืนยันว่าการทำประชามติชั้นเดียวดีที่สุด เพราะจะไม่มีอะไรที่จะเป็นการตั้งแง่ ทำให้เกิดเป็นประเด็นขึ้นมา จนทำให้ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้” นายสรวงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าการทำประชามติรอบแรกจะไม่ทันการพ่วงเลือกสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.จ.) ทั่วประเทศ นายสรวงศ์ กล่าวว่า พยายามทำให้ทัน หากไม่ทันจะต้องเสียงบประมาณพอสมควรในการทำประชามติแยกออกมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากทำไม่ทัน จะใช้กฎหมายประชามติปี 2564 แทนได้หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด ต้องถามนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมกฎหมายที่ดูแลเรื่องข้อกฎหมายตรงนี้

Advertisement

เมื่อถามว่า พรรค พท.ได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ระหว่างพรรค พท.กับพรรคร่วมยังไม่ได้คุยกัน แต่มั่นใจว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พท.คงได้พูดคุยกันในระดับหัวหน้าพรรคกันแล้ว แต่จะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้รอพูดคุยรายละเอียดกันก่อน

เมื่อถามว่า หากหักดิบ ส.ว.กังวลหรือไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำไม่ได้ แม้แต่เป็นการแก้รายมาตรา นายสรวงศ์ กล่าวว่า พรรค พท.พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยดี และทันเวลา หากมีอะไรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ หรืออะไรที่ยังคงเป็นสิ่งที่มุ่งมั่นอยู่สามารถพูดคุยกันได้

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรค พท.ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) นัดประชุมวันที่ 16 ตุลาคม เพื่อเคาะชื่อคนที่จะมานั่งกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. … มองว่าล่าช้า หรือจะทันก่อนปิดสมัยประชุมหรือไม่ ว่า หากวุฒิสภามีท่าทีถอยเพื่อทบทวนก็จะไว แต่หากวุฒิสภายืนยันเช่นนั้น จะต้องขยายไปอีก 180 วัน แน่นอนว่าแก้ไขไม่ทันสมัยรัฐบาลนี้ แต่คิดว่าน่าจะเข้าใจอะไรขึ้นว่าต้องเห็นแก่บ้านเมือง ต้องเดินไปอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเสนอ หรือทางออกระหว่าง 2 สภาอย่างไร นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ไม่มีทางออกอะไรเลย เรื่องนี้ตัน หากวุฒิสภาต้องการทำให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทบทวนมติ คือการเอาเสียงข้างมากของคนที่มาใช้สิทธิ แต่หากวุฒิสภายังยืนกรานที่จะเอาเสียงข้างมาก 2 ชั้น ตรงนี้ก็จะเหนื่อย และไม่มีสิทธิที่จะเสนอแนะอะไรได้เลย เพราะอยู่ที่วุฒิสมาชิกคิดอย่างไรเท่านั้น

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีเว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรเผยแพร่ระเบียบวาระการประชุม ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ มีวาระเรื่องที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว คือรายงานของ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่ง กมธ.วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว แต่ค้างมาจากการประชุมสภาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ว่า ตัวแทน กมธ.ของพรรค ปชน.ยืนยันว่าพรรค พท.จะเอาเข้าสู่ที่ประชุมสภาในสัปดาห์นี้ คือวันที่ 17 ตุลาคม โดยจะไม่เลื่อนแล้ว ทั้งนี้ การพิจารณาในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เป็นเพียงรายงานเกี่ยวกับแนวทางการร่างกฎหมายเท่านั้น ซึ่งในรายงานก็มีหลายแนวทาง ไม่ใช่ฟันธง ส่วนร่างกฎหมายจริงๆ คิดว่าน่าจะเข้าสมัยประชุมหน้า ทั้งนี้ หากในรายงานไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น สามารถใช้ข้อบังคับที่ระบุว่าไม่ต้องลงมติได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า รายงานทาง กมธ.ส่วนของพรรค ปชน.เดิม ระบุว่าควรนิรโทษกรรมในประมวลความผิดอาญามาตรา 112 ซึ่งจะเห็นต่างจากซีกของพรรครัฐบาล นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คิดว่าเป็นประตูบานแรกว่า กมธ.ศึกษามาอย่างไร และมาตรา 112 มีคดีแบบใดบ้าง สิ่งที่ยืนยันมาตลอดคือไม่ใช่ว่าจะนิรโทษกรรม หรือไม่นิรโทษกรรมมาตรา 112 หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าแรงจูงใจในการกระทำผิดนั้น เป็นแรงจูงใจทางการเมือง หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

เมื่อถามว่า หากในส่วนนี้ยังเห็นไม่ตรงกันจะต้องมีการลงมติหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ส่วนนี้จะเป็นเรื่องตอนที่ร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่ที่ประชุมสภาแล้ว แต่นี่เป็นเพียงแค่ในส่วนของรายงาน ซึ่งรายงานจะไม่มีเฉพาะว่าจะต้องนิรโทษกรรมมาตรา 112 แต่จะมีแนวทางที่ 1 แนวทางที่ 2 หรือแนวทางที่ 3 หรือแนวทางใดบ้าง