‘กัณวีร์’ แลกเปลี่ยน คดีตากใบ ในเวทีรัฐสภาโลก ชี้ ส.ส.เป็นจำเลย-ละเมิดสิทธิร้ายแรง

15.10.24 | 09:43 น.

‘กัณวีร์’ เตรียมแลกเปลี่ยนคดีตากใบ ที่กำลังหมดอายุความ กับกมธ.กฎหมายมนุษยธรรม IHL-IPU ชี้นอกจากมี ส.ส.เป็นจำเลย ยังเป็นคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงของรัฐไทย ที่ท้าทายในการสร้างสันติภาพ และพร้อมผลักดันวาระเร่งด่วนสันติภาพเมียนมา เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยด้วย

วันที่ 15 ตุลาคม นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุมสหภาพรัฐสภาโลก หรือ IPU ระหว่างวันที่ 13-18 ตุลาคม 2567 ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกในฐานะความร่วมมือของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือในกรณีที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ และจะมีการทำงานร่วมกันในรูปแบบกรรมาธิการในประเด็นต่างๆ ซึ่งตนเองได้รับเลือกให้เป็นกรรมาธิการว่าด้วยการส่งเสริมกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ-IHL เมื่อปีที่แล้ว จึงเข้าร่วมประชุมในปีนี้ และในวันนี้ (15 ตุลาคม) จะมีการประชุมกรรมาธิการ IHL ซึ่งหัวข้อปีนี้จะมีการนำเสนอสถานการณ์มนุษยธรรมในประเทศซูดานและคองโก เพื่อหารือถึงการเคารพกฎหมายสงคราม เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ที่มีภาวะสงคราม และทางกรรมาธิการ ที่มี 12 คน จะพิจารณาว่าจะไปลงพื้นที่ใดได้บ้าง

“อย่างกรณีประเทศซูดาน หลังการรัฐประหารปี 2018 ยังคงมีการสู้รบกัน และเกิดการเข่นฆ่า การพลัดถิ่น รวมถึงการลี้ภัยไปยังประเทศต่างๆ ยังเป็นวิกฤตที่รุนแรง ในกรรมาธิการ จึงต้องหารือกันเพื่อเสนอให้มีการเคารพกฎหมาย ซึ่งส่วนตัวก็อยากจะเสนอปัญหาการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยเฉพาะคดีตากใบ ที่กำลังจะหมดอายุความ” นายกัณวีร์กล่าว

นายกัณวีร์เปิดเผยว่า แม้หัวข้อของการประชุมกรรมาธิการ IHL จะไม่สามารถเสนอสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยได้โดยตรง เพราะไม่ได้ยอมรับเป็นภาวะสงคราม แต่การใช้กฎอัยการศึกทั่วโลก คือภาวะสงครามแล้ว ในฐานะที่ตนเองติดตามสถานการณ์สันติภาพในปาตานี จึงอยากจะแลกเปลี่ยนเรื่องนี้ต่อกรรมาธิการทั้ง 12 คนด้วย เพราะสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยยืดเยื้อมา 20 ปีแล้ว มีการสูญเสียจำนวนมากทั้งผู้เสียชีวิตและงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท ที่สำคัญคดีนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเป็นจำเลย และกำลังหลบหนีคดีในต่างประเทศ

Advertisement

“แม้เรื่องราวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยยังไม่ใช่ภาวะสงครามที่จะเสนอเป็นหัวข้อในกรรมาธิการได้ แต่จะแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ ว่าประชาชนถูกกดทับสิทธิพื้นฐานความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนอย่างไร โดยเฉพาะคดีตากใบที่จะหมดอายุความ และมี ส.ส.ตกเป็นจำเลย หลบหนีคดีในต่างประเทศ” นายกัณวีร์กล่าว

นายกัณวีร์เปิดเผยว่า ในที่ประชุม IPU จะมีการพิจารณาวาระเร่งด่วน Emergency Items ที่ประเทศยูเครนเสนอตัวที่จะเสนอหัวข้อสันติภาพในเมียนมา หากหัวข้อนี้ผ่านในการประชุมวันที่ 16 ตุลาคม จะเปิดให้สมาชิกได้อภิปราย ซึ่งตนเองจะอภิปรายสนับสนุนหัวข้อนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยต้องมีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพในเมียนมา เพราะมีผลกระทบโดยตรง จากการเป็นเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน จึงพยายามผลักดันให้ประเทศไทยเสนอเรื่องนี้แต่น่าเสียดายว่า ทางคณะทำงานไม่เสนอ ทำให้มาเลเซียที่เป็นประธานในภูมิภาค อาเซียน+3 เห็นความสำคัญ ทางยูเครน ที่เห็นว่ามีประเทศที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากสถานการณ์ในเมียนมา จึงเสนอตัวที่จะเสนอวาระเร่งด่วนต่อที่ประชุม IPU ซึ่งตนเองก็พร้อมสนับสนุน

“ผมยืนยันว่าการสร้างสันติภาพในเมียนมา เป็นบทบาทสำคัญของไทยที่จะผลักดันเรื่องนี้ อย่างที่บอกว่านายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายบริหาร ได้เสนอในที่ประชุมอาเซียนแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติก็ควรได้เสนอต่อที่ประชุมสหภาพรัฐสภาโลกด้วย ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยที่จะได้รับผลกระทบทั้งทางด้านความมั่นคง แรงงานข้ามชาติ การพลัดถิ่น และผู้ลี้ภัย หากไม่มีสันติภาพในเมียนมา” นายกัณวีร์กล่าว

นายกัณวีร์เปิดเผยด้วยว่า การประชุมในปีนี้ ประเทศไทยได้เสนอชื่อ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นกรรมาธิการสตรี และนายนพดล อินนา ส.ว.เป็นกรรมาธิการเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับการเห็นชอบในที่ประชุมอาเซียน+3 กลุ่มภูมิรัฐศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิค แล้วรอการรับรองอย่างเป็นทางการจากที่ประชุม IPU ก็จะเป็นเรื่องน่ายินดีที่สมาชิกรัฐสภาของไทยที่ได้เข้าร่วมอีก 2 กรรมาธิการ