เปิดเอกสารสภา เหยื่อสูญ 2 แสน ร้องกมธ.เอาผิด ดิไอคอนกรุ๊ป จริง ส่งเรื่องสคบ.ไกล่เกลี่ย

15.10.24 | 16:00 น.
เปิดเอกสารสภา เหยื่อสูญ 2 แสน ร้องกมธ.เอาผิด ดิไอคอน จริง ส่งเรื่องสคบ.ไกล่เกลี่ย
เปิดเอกสารสภา เหยื่อสูญ 2 แสน ร้องกมธ.เอาผิด ดิไอคอน จริง ส่งเรื่องสคบ.ไกล่เกลี่ย

เปิดเอกสารสภา เหยื่อสูญ 2 แสน ร้องกมธ.เอาผิด ดิไอคอน จริง ส่งเรื่องสคบ.ไกล่เกลี่ย

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ดิไอคอนกรุ๊ป กับชายเสียงคล้ายนักการเมืองแอบอ้างว่าสามารถเคลียร์กับกรรมาธิการ (กมธ.) ในกรณีดิไอคอนได้ ซึ่งคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยบอสพอลออกมายอมรับว่าเป็นเสียงของตนเอง และคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในอดีต พบว่าเกิดขึ้นในสมัยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว (ชุดที่ 25) เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2566 มีหญิงรายหนึ่งมาร้องเรียนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายมานะ โลหะวณิชย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานว่า บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ไม่ได้ดำเนินการตามสัญญา ชักชวนให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า

จากนั้นเรื่องดังกล่าวได้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมในชั้นอนุกรรมาธิการ ที่มีนางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน

โดยสาระสำคัญคือหญิงรายดังกล่าวชี้แจงว่าได้ดูโฆษณาการขายออนไลน์ของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ผ่านทางโทรทัศน์ และสนใจเกี่ยวกับการขายออนไลน์ดังกล่าว จึงได้ติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้า เพื่อสอบถามเงื่อนไขสัญญา ซึ่งตัวแทนจำหน่ายได้ชักชวนให้ลงทุนกับบริษัท โดยแนะนำการลงทุน 3 รูปแบบ คือ ลงทุน 2,500 บาท, 25,000 บาท และ 260,000 บาท พร้อมทั้งมีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า หากลงทุนภายในวันที่ 11 ก.ย.2565 จะได้รับส่วนลด 50,000 บาท ยาสีฟัน 1,050 หลอด โดยจะได้เงินปันผล 5 บาทต่อการขายยาสีฟัน 1 หลอด

หญิงรายนั้นจึงตกลงทำสัญญาในราคา 211,115 บาท แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าตัวแทนจำหน่ายได้จัดส่งยาสีฟันมาให้ 50 หลอดเท่านั้น จากทั้งหมด 1,050 หลอด โดยหญิงผู้เสียหายมองว่าไม่เป็นไปตามสัญญา จึงส่งยาสีฟันคืนและขอเงินทุนคืนทั้งหมด แต่ตัวแทนได้ปฏิเสธการคืนเงิน

Advertisement

ขณะที่ผู้แทนของบริษัทดิไอคอนชี้แจงในชั้นอนุกรรมกรรมาธิการว่า บริษัทได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ลักษณะการประกอบธุรกิจ เป็นการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดยตัวแทนจำหน่าย ซึ่งบริษัทได้รับแจ้งจาก สคบ.ว่า ผู้ร้องได้มาร้องทุกข์ว่าถูกชักชวนให้มาสมัครซื้อสินค้า ซึ่งต่อมาเห็นว่าไม่เป็นไปตามที่บริษัทระบุไว้ จึงขอคืนเงิน โดยศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทได้โทรศัพท์ไปสอบถามคนที่เสนอเรื่อง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับใดๆ พร้อมย้ำว่าในเอกสารหลักฐาน บัตรประชาชนที่ใช้สมัคร มีข้อความระบุว่า ใช้สำหรับทำสัญญาหรือสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายกับบริษัทดิไอคอน กรุ๊ป เท่านั้น โดยจัดส่งยาสีฟันจำนวน 50 หลอดไปให้ผู้ร้อง แล้วฝากส่วนที่เหลือ 1,000 หลอด ไว้กับคลังของบริษัท ซึ่งหากตัวแทนจำหน่ายต้องการสินค้าดังกล่าว ก็สามารถสั่งเบิกได้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท แล้วบริษัทจะส่งสินค้าให้ทันที

ภายหลังการประชุมในชั้นอนุกรรมมาธิการ ที่ประชุมมีมติว่าให้ส่งเรื่องราวร้องทุกข์ไปให้สำนักงาน สคบ.เป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในวันที่ 20 มกราคม 2566 โดยภายหลังการไกล่เกลี่ย สคบ.ได้ทำหนังสือกลับมาที่ คณะกรรมาธิการชุดใหญ่แจ้งว่า คู่กรณีสามารถตกลงกันได้ ให้บริษัทคืนเงินผู้ร้องเป็นจำนวน 211,115 บาท