“เชตวัน” จี้รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชน ชี้แจง-เจรจา “พีมูฟ” ไม่เงียบปล่อยปัญหาสั่งสม
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน กล่าวถึงการชุมนุมของ “พีมูฟ” หรือ “ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” ที่มีการประทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ในกิจกรรม “ประกาศตามหาคนหาย ตามหาสัญญาที่ให้ไว้” เมื่อ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า “พีมูฟ” ย่อมาจากภาษาอังกฤษ People Movement โดยชื่อไทยคือ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ จากการละเมิดสิทธิ์ของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช.และรัฐบาลสืบทอดอำนาจ คสช. มีการดำเนินนโยบายที่ไปกระทบ ละเมิดสิทธิประชาชนเยอะมาก อาทิ นโยบายทวงคืนผืนป่าที่ไล่คนอยู่มาก่อนออกจากป่าโดยไม่มีการพิสูจน์ นับเป็นช่วงที่พีมูฟเข้าๆ ออกๆ ทำเนียบบ่อยมากๆ
“จากรัฐบาลสืบทอดอำนาจ คสช. มาจนวันนี้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน สิ่งที่พีมูฟเคยทวงถามจากรัฐบาลก่อนๆ ก็นำกลับมาทวงถามในรัฐบาลนี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องสำคัญอย่างการแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” ซึ่งได้ยื่นกับนายกรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อ 24 กันยายน 2567 โดยมีสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัญมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนรับข้อเสนอ หนังสือดังกล่าว ไปกับพร้อมข้อเรียกร้องแก้ปัญหาประชาชนต่างๆ อาทิ กรณีปัญหาการฟ้องชาวบางกลอย จ.เพชรบุรี, กรณีไล่ทีชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล แต่ก็ยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาล จนมีการชุมนุมครั้งแรกในรัฐบาลชุดนี้ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา” เชตวันกล่าว
นายเชตวัน ระบุว่า จาก 7 ตุลาคม 2567 ถึง 14 ตุลาคม 2567 เป็นเวลาครบ 1 สัปดาห์พอดี ก็ยังไม่มีการพูดคุยเจรจาแต่อย่างใด ดังนั้น 14 ตุลาคม 2567 จึงมีการจัดกิจกรรม “ประกาศตามหาคนหาย ตามหาสัญญาที่ให้ไว้” โดยเคลื่อนขบวนมวลชนจากบริเวณทำเนียบรัฐบาล ไปยังอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะกลับมาทำเนียบแล้วถูกเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำรถเสบียงอาหารเข้า นี่จึงเป็นเหตุกระทบกระทั่งเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ โดยล่าสุดตำรวจอนุญาตให้ขนของเข้าไปได้ แต่รถเข้าไม่ได้
“กรณีของพีมูฟ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของประชาชน มีการขอเจรจากับรัฐบาลทุกยุคทุกชุด ผมเคยมีโอกาสไปร่วมสังเกตการณ์หลายๆ ครั้งในช่วงรัฐบาลที่ผ่านๆ มา ก็จะพบว่ามีตัวแทนมารับหนังสือกลับไป ขณะที่ปัญหาของประชาชนก็ยังคงอยู่ ดังนั้น การที่พีมูฟเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการ โดยกำหนดองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคนที่จะมารับผิดชอบให้ชัด และมีประชาชนร่วมเป็นกรรมการ จึงเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างถูกจุดและยั่งยืน” เชตวันกล่าว
นายเชตวันกล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่เกิด เพราะยังไม่มีการลงนามแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี แต่สำคัญกว่านั้นคือ หนังสือที่รัฐบาลรับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 ความคืบหน้าเป็นอย่างไร ก็ควรที่จะต้องออกมาชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบ ติดขัดที่ขั้นตอนไหน ข้อเสนออะไรที่ทำให้ไม่ได้ ต้องออกมาให้คำตอบ ไม่ใช่การเงียบหายและปล่อยให้ประชาชนรอไปพร้อมกับปัญหาที่สั่งสม รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะเป็นภาพที่ดีมากๆ ถ้ารับฟังเสียงประชาชน เป็นเจ้าภาพเปิดเจรจาเองโดยไม่ต้องรอให้ประชาชนมาตามหาคนหาย แม้อาจยังไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่เสนอมาได้ทั้งหมด อาจยังไม่สามารถมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่คนที่จะมาเป็นคณะกรรมการ แต่ถ้ามีการได้พูดคุยเจรจา สถานการณ์ก็คงจะดีกว่านี้แน่ๆ

