ตกลง พระภิกษุ สามเณรและคณะศิษยานุศิษย์ ที่ยังอยู่ “ภายใน”วัด พระธรรมกายมีจำนวนเท่าใดกันแน่
หากฟังจาก”ดีเอสไอ”
การแถลงล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ระบุว่า มีพระประมาณ 1,200 รูป มีมวลชนประมาณ 1,000 คน
รวมแล้วประมาณ 2,200
ขณะเดียวกัน ตรงพื้นที่บริเวณตลาดกลาง คลองหลวง มีพระ เณรประมาณ 150 รูป มวลชนประมาณ 300 คน
รวมแล้วประมาณ 450
หากวัดจากที่เคยมีการชุมนุมของพันธมิตรก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 หากวัดจากที่เคยมีการชุมของกปปส.ก่อน รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ถือว่า จิ๊บจ้อย น้อยนิด
แล้วเหตุใดสถานการณ์ “ธรรมกาย” จึงทำท่าว่าจะยืดเยื้อและ เรื้อรัง
“ดีเอสไอ” เงื้อแล้ว เงื้ออีก
หากนับจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่มีการประกาศและบังคับใช้คำสั่ง หัวหน้าคสช.ฉบับที่ 5/2560
อันเท่ากับเป็นจุดเริ่มต้น “มาตรา 44”
จากวันที่ 15-16-17-18-19-20-21-22-23-24-25-26-27-28 กุมภาพันธ์ รวม 14 วัน
เท่ากับ 2 สัปดาห์
ผนวกเข้ากับวันที่ 1-2-3-4-5 มีนาคม รวมเป็น 19 วันอันเป็น สัญญาณการเหยียบเข้าไปยังสัปดาห์ที่ 3
เหตุใดจึงยังไม่สามารถ “สรุป”
สรุปในที่นี้มิได้หมายความถึงการจับตัว พระเทพญาณมหามุ นี หรือการสามารถให้คำตอบได้ว่า พระเทพญาณมหามุนี อยู่ที่ไหน
หากยังอยู่ที่ว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถ “รุก” เข้าไปภายในวัดพระธรรมกายได้อีก
ปัญหาอยู่ที่ “ความไม่แน่นอน”
ประเด็นว่าด้วย “ความไม่แน่นอน” ในที่นี้ก็เช่นเดียวกับความไม่สามารถในการ “สรุป”
1 ความไม่แน่นอนในที่อยู่ พระเทพญาณมหามุนี
แม้จะมีความเชื่อมั่นว่า พระเทพญาณมหามุนี น่าจะอยู่ภายในวัด แต่ก็เป็นความแน่นอนที่ยังเป็นการคาดเดา
1 ความไม่แน่นอนในเรื่อง “ปริมาณ”
ที่ปรากฏในพื้นที่ตลาดกลาง คลองหลวง อาจเห็นๆกันอยู่ แต่ที่ยังขาดความแจ่มชัด คือ ภายในวัดพระธรรมกาย
เพราะบางกระแสข่าว ยืนยัน “เรือนหมื่น”
หากกำลังของ ดีเอสไอ ตำรวจ ทหาร ต้องปะทะเข้ากับพระ เณรและฆราวาส “เรือนหมื่น” ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่
“สถานการณ์” คงยากจะ “ประเมิน”ได้
ในที่สุด ปัญหาก็เนื่องมาแต่ “ความแม่นยำ” ใน”การข่าว”

