‘ทนายตั้ม’ บุก พปชร.บี้ ‘บิ๊กป้อม’ ตะเพิด ‘ส.’ พ้นพรรค ชี้ ทำเสียชื่อเสียง เมิน ขู่ ฟ้องกลับ​

16.10.24 | 14:07 น.

‘ทนายตั้ม’ บุก พปชร.บี้ ‘บิ๊กป้อม’ ตะเพิด ‘ส.’ พ้นพรรค เหตุ ทำเสียชื่อเสียง เมิน ขู่ ฟ้องกลับ​ เย้ย เป็นลูกผู้ชาย​ยอมรับแมนๆ ชี้ ทำงานการเมืองต้องใสซื่อทั้งฉากหน้า​-​เบื้องหลัง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถ.รัชดาภิเษก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ผ่านเจ้าหน้าที่พรรครับเรื่อง เพื่อให้พรรคมีมติขับนาย ส. ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จากกรณีที่มีข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด หรือไม่ ว่า​ อยากให้พรรคตรวจสอบคลิปเสียงที่เป็นข่าว​ โดยเฉพาะที่มีการเรียกรับเงินเดือนละ 100,000 บาท และตรวจสอบที่คนในคลิปเสียง มีการระบุว่าโยกย้ายข้าราชการได้​ ว่าเสียงดังกล่าว เป็นของนาย ส. หรือไม่

แต่จากที่ตนสอบถามจากนายสิระ​ เจนจาคะ​ อดีต ส.ส.กทม.​ พรรค พปชร. และนายวัน​ อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค เมื่อฟังแล้วระบุว่า​เป็นเสียงของนาย ส. จึงอยากขอความชัดเจนจากพรรคว่าจะมีมติในเรื่องนี้อย่างไร จะปกป้องคนที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ โดยจุดประสงค์ของตนคือต้องการให้ขับออกจากพรรค หากทำให้เสื่อมเสีย หากจำได้สมัยก่อนนายสามารถ​ก็มีข่าวในทางไม่ดี​ จากกรณีให้คนไปทำการสอบแทน และถูกพรรคขับออกไป ต่อมาก็กลับเข้าพรรคอีก

นายษิทรา​กล่าวว่า นอกจากนั้นอยากให้สื่อฯช่วยตรวจสอบเพราะทราบมาว่า นาย ส.ไปซื้อบ้านที่ราชพฤกษ์​ มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท​ ว่าได้มาอย่างไร​ อย่างไรก็ตาม นาย ส.ยังมีเครือข่ายสมาคมต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ที่ทำทั้งคดีบริษัทยูฟัน​ และเมจิก​ สกิน ยกเว้น​ บริษัท​ ดิ​ไอคอนกรุ๊ป ทำให้มีข้อสังเกตว่าไปรับประโยชน์อะไรหรือไม่ จึงไม่ตรวจสอบ และหากจะทำเพื่อสังคมจะต้องเป็นคนที่ใสซื่อ​ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ใช่ต่อหน้าต่อสู้เรื่องของแชร์ลูกโซ่ แต่เบื้องหลังไปเรียกรับเงิน

นายษิทรากล่าวว่า การตรวจสอบของพรรคไม่น่าจะใช้เวลานาน 1 วันน่าจะเสร็จ และคิดว่าหากผู้ใหญ่จะทำให้เสร็จไม่น่าเกิน 1 เดือน คงไม่ยืดเวลา นอกจากทางพรรคจะช่วยเหลือ และหากปกปิดไม่ลงโทษ อาจจะเอื้ออะไรกันหรือไม่ และคนจะเข้าใจผิดว่าที่นี่มีเทวดาหรือไม่

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า นาย ส.​ระบุว่า เสียงในคลิปไม่ใช่เสียงของนาย ส. และขู่จะฟ้องหากมีการพาดพิง นายษิทรา​กล่าวว่า​ ขู่ไปเถอะ พร้อมย้อนถามว่า​ เคยชนะคดีอะไรบ้างหรือไม่ และที่ตนมายื่นก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับพรรคการเมือง​ แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้​ ที่ระบุว่าจะฟ้องกลับนั้น เพราะคิดว่าตัวเองใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร แต่ต้องถามกลับว่าคนๆ นี้ ทำให้เสียใจมากี่ครั้ง

“ไม่อายบ้างหรือ​ เขารู้ทั้งประเทศ​ จะบอกว่าเป็นเอไอได้อย่างไร​ ถ้าเป็นลูกผู้ชาย​ ให้รับผิดชอบออกมายอมรับอย่างแมนๆ และที่สำคัญ​ บอสพอลยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง มีการพูดคุยกับนักการเมือง แต่ไม่ได้ระบุชื่อ ที่ผมพูดเพราะเป็นเรื่องจริงที่ต้องการให้ตรวจสอบ เพราะอยากให้คนที่จะอาสามารับใช้ประชาชน ต้องใสสะอาด ไม่ใช่ไปไถใคร” นายษิทรากล่าว