“ประชาชาติ” วอน ตามจำเลยคดีตากใบทั้ง 14 กลับมาดำเนินคดีก่อนหมดอายุความ ในอีก 9 วัน หวั่น กระทบสถานการณ์ 3 จ.ชายแดนใต้ จี้ “เพื่อไทย” แจงสังคมให้ชัด ปม “พิศาล” ลาออก ยันแม้ลาออกสส.แต่สถานะจำเลยยังอยู่
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ที่รัฐสภา นายต่วนอิสกันดาร์ ดาโต๊ะมูลียอ โฆษกพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ แถลงกรณีคดีตากใบจะสิ้นสุด หมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค. นี้
โดย นายต่วนอิสกันดาร์ กล่าวว่า พรรคประชาชาติขอแสดงจุดยืนและความเป็นห่วงในฐานะที่มีส.ส.มากที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเข้าใจความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่และทั่วประเทศที่ติดตามความเป็นไปของคดีตากใบ ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ซึ่งทางพรรคขอเน้นย้ำว่า ความห่วงใยที่ประชาชนมีมาให้พรรคนั้น จะเป็นกำลังในการขับเคลื่อนทั้งการเมืองในเวทีรัฐสภา และการใช้อำนาจบริหารในการเรียกร้องไว้ซึ่งกระบวนการยุติธรรม ด้วยความสามารถอย่างถึงที่สุด พรรคประชาชาติขอเรียกร้องให้บรรดาจำเลยทััง 7 คน และผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อทำให้ความจริงปรากฏในการจรรโลงความยุติธรรมที่สังคมเรียกหาให้ลุล่วงไปด้วย
ด้าน นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ความห่วงใยของพรรคประชาชาติกับสถานการณ์ที่อีก 9 วันจะครบอายุความ 20 ปี ของคดีตากใบ ขอเรียนว่า พรรคประชาชาติไม่ได้ละเลยหรือทอดทิ้งกับเรื่องเหล่านี้ เราติดตามกระบวนการพิจารณาคดีมาตลอด แม้ว่าเราอยู่ร่วมกับรัฐบาล แต่อยากเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เพราะทุกอย่างตอนนี้พุ่งเป้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แม้แต่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนราธิวาสได้นัดสอบคำให้การของจำเลยแต่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 7 คน ที่มีหมายจับไม่มีใครเดินทางไปศาล แต่ศาลยังไม่จำหน่ายคดีออกจากระบบ โดยนัดสอบคำให้การจำเลยใหม่อีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า คดีจะไปถึงวันที่ 28 ตุลาคม เพราะอายุความของคดีตากใบสิ้นสุดวันที่ 25 ตุลาคม
ทั้งนี้ จากการติดตามการพิจารณาของศาลจังหวัดนราธิวาส พบว่า ในรายงานพิจารณาคดีของศาลฯ คือให้งานสารบรรณสอบถามความคืบหน้าของการปฏิบัติตามหมายจับ ไปที่หน่วยงานที่ศาลมีคำสั่งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าศาลก็อยากให้กระบวนการยุติธรรมเดินไปต่อ
นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชาติจึงขอวิงวอนสตช. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงความคืบหน้าว่า หลังจากที่กมธ.กฎหมายฯ ได้มีการเรียกมาสอบถามตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ท่านมีความคืบหน้าในการติดตาม จับกุม ผู้ต้องหาไปถึงไหนแล้ววบ้าง เพื่อให้สังคมได้รับทราบและขอวิงวอนว่า อย่านำประเด็นที่ใกล้ขาดอายุความโยนความผิดให้กับพี่น้องประชาชนที่เรียกร้องความยุติธรรม เพราะมีบางคนพยายามโยงว่า ทำไมถึงมาฟ้องเอาตอนนี้ จนกระทั่งจะขาดอายุความ บางคนแถลงลักษณะว่าคดีตากใบได้รับเงินเยียวยาไปแล้วในสมัยที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สมัยเป็นเลขาธิการศอ.บต. คดีน่าจะจบไปแล้ว แต่แล้วตั้งแต่ตอนนั้น
ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคประชาชาติได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พบว่าการเยียวยาตั้งแต่ปี 56 ไม่ได้ทำให้คดีอาญาระงับและการจ่ายเงินเยียวยา ณ ตอนนั้นเป็นการจ่ายตามอำนาจตามหน้าที่ของศอ.บต. และบางคนบอกว่า คดีนี้จบไปแล้วโดยการไต่สวนของศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งคดีเป็นการไต่สวนไม่ได้ฟ้องผู้ใดผู้หนึ่งเมื่อศาลไต่สวนเสร็จแล้วพนักงานอัยการต้องนำคำสั่งและหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนว่าใครทำผู้ตายให้ขาดอากาศหายใจ ซึ่งเป็นไปตามป.วิอาญา จึงยังไม่มีการวินิจฉัยในเนื้อหาว่าใครทำให้ตาย ถือว่าคดีอาญายังไม่ระงับ
“ระยะเวลาที่เหลือ 9 วัน ทางพรรคประชาชาติเรามีความห่วงใยในฐานะที่เราอยู่ในพื้นที่อยากให้กระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำตัวจำเลยและผู้ต้องหา หรือจำเลยและผู้ต้องหาหากฟังอยู่ ท่านยังสามารถที่จะไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่าน ไม่ได้หมายความว่า ศาลประทับรับฟ้องแล้ว ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วท่านจะกระทำความผิดแต่อยากให้ท่านเดินหน้า ผดุงความยุติธรรมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าทำให้เกิดเงื่อนไขขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ เพราะเราเป็นห่วงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ “นายกมลศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากผู้ต้องหาและจำเลยไม่มาขึ้นศาล จนคดีหมดอายุความจะทำอย่างไร นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่พรรคประชาชาติเป็นห่วง เราอยากเห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบมาแถลงความคืบหน้าให้ชัดเจนว่าการจับกุมไปถึงไหนแล้ว ถ้าสมมติหลังวันที่ 25 ตุลาคม ไม่สามารถที่จะจับกุมผู้ต้องหาได้เลย เราก็เป็นห่วงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นจำเลยในคดีตากใบ เพิ่งจะมาลาออกเมื่อวาน (15 ต.ค.) นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ชี้แจง ตนไม่อยากไปก้าวก่าย ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการลาออกของพล.อ.พิศาล ในครั้งนี้เป็นความพยายามไม่ให้คดีตากใบเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยนั้น ก็ต้องถามพรรคเพื่อไทย แต่มีประเด็นที่สังคมตั้งคำถามหลายประเด็นเขาก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่าหนังสือลาออกมาอย่างไร ทั้งนี้ ตนไม่เคยเจอพล.อ.พิศาล ในห้องประชุมสภาฯ เพียงแค่เดินส่วนทางกัน และอยู่กมธ.คนละคณะ แม้พล.อ.พิศาล จะลาออกทำให้สถานะของสส.หมดไปแต่สถานะของจำเลยยังคงอยู่ แต่ถ้าหมดอายุความก็จบ

