‘ชัยธวัช’ หวัง กมธ. นิรโทษกรรม ได้เสนอรายงานวันนี้ ชี้ หากชะลอไปอีกสังคมจะตกผลึกช้า ยัน มีข้อเสนอตรงกลาง รวมคดี ม.112 แบบมีเงื่อนไข เข้าใจความเห็นทุกฝ่าย มองไม่มีเหตุผลให้สภาต้องโหวตคว่ำ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หวังว่าวันนี้ กมธ.จะได้มีโอกาสนำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุมสภา เพราะได้เตรียมพร้อมรอไว้แล้ว หวังว่าจะไม่มีวาระอะไรมาแทรก เมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) ตนได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ว่าวันนี้จะมีการนำเสนอรายงานของ กมธ.แน่นอน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ ส.ส.ทุกฝ่ายจะได้รับฟังข้อเสนอที่เป็นความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจริงๆ ไม่ใช่แค่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
นายชัยธวัชกล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีการเลื่อนพิจารณารายงานดังกล่าวมาแล้วถึง 2 ครั้ง เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆ พูดคุยกันให้ตกผลึกก่อน แต่เท่าที่ทราบในฝั่งพรรคฝ่ายค้านไม่ได้มีการนัดพูดคุยกันกับฝ่ายรัฐบาล แต่ฝ่ายรัฐบาลเองจะมีการพูดคุยอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่าการตกผลึกเรื่องนี้ควรจะเกิดขึ้นภายหลังจากฟังรายงานฉบับนี้ ในทางกลับกัน หากชะลอหรือเลื่อนการนำเสนอรายงานออกไปอีก ก็จะทำให้การตกผลึกของสังคมในเรื่องนี้ช้าออกไป
ส่วนในที่ประชุมจะต้องมีการลงมติหรือไม่หากมีความเห็นต่าง นายชัยธวัชระบุว่า รายงานของ กมธ.ไม่ได้มีบทสรุป แต่เป็นข้อเสนอที่รวมความเห็นจากทุกฝ่ายไว้ด้วยกันโดยที่ไม่ได้ตัดให้เหลือเพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่ง และคาดหวังหลังเสนอรายงานแล้ว จะเป็นการฟังความเห็นของ ส.ส. และยังเป็นการได้รับฟังความเห็นของสังคม เพื่อให้เกิดการตกผลึก ก่อนนำไปสู่การนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของแต่ละพรรคการเมืองที่มีวาระเตรียมเสนอต่อที่ประชุมสภาไว้แล้ว
“ผมยังหวังว่าสภา น่าจะเห็นชอบกับรายงาน รวมถึงข้อสังเกตในการคลี่คลายความขัดแย้งเฉพาะหน้า ระหว่างที่ยังไม่มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งความจริงไม่มีเหตุที่จะต้องลงมติไม่เห็นชอบ เพราะไม่ใช่ข้อเสนอที่มีแนวความคิดเดียว แต่เป็นรายงานที่เป็นข้อเสนอทางเลือกเชิงนโยบายมากกว่า” นายชัยธวัชกล่าว

ส่วนกรณีที่บางพรรคการเมืองที่มีจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่สนับสนุนการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 นายชัยธวัชระบุว่า ในรายงานฉบับนี้ก็มีก็มีข้อเสนอที่ไม่นิรโทษกรรม มาตรา 112 ด้วย และมีการประเมินทั้งข้อดีข้อเสีย รวมถึงมีพื้นที่ตรงกลางอย่างมีนิรโทษกรรมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของแต่ละฝ่ายอยู่ดี
นายชัยธวัชกล่าวย้ำว่า หลังจากสภาได้พิจารณารายงานฉบับนี้แล้ว ยังมีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รออยู่อีก 4 ฉบับ คือฉบับของอดีตพรรคก้าวไกล ฉบับที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน เสนอร่วมกัน ฉบับของพรรครวมไทยสร้างชาติ และฉบับของภาคประชาชน ส่วนตัวในฐานะ กมธ. เห็นและเข้าใจความกังวลของพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยบ้างในบางคดี จึงนำมาสู่ข้อเสนอทางเลือกที่ 3 ให้มีพื้นที่ตรงกลาง ให้มีกลไกพิจารณาการนิรโทษกรรมเป็นรายคดีไป
“ผมเองเห็นว่าข้อเสนอนี้น่าจะเป็นข้อเสนอที่ดี ในแง่ที่เข้าใจทั้งสองฝ่าย ดังนั้น กลไกในการพิจารณาแบบมีเงื่อนไข น่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้สร้างความเชื่อใจซึ่งกันและกันได้มากขึ้น รวมถึงมีเงื่อนไขที่ทำให้ยอมรับกันได้ ส่วนตัวจึงมองว่าเป็นข้อเสนอที่ดีในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน” นายชัยธวัชกล่าว

