ทนายตั้ม เชื่อคลิปเสียงตบทรัพย์ ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ใช้เป็นหลักฐานได้หากมีพยานยืนยัน

18.10.24 | 12:23 น.
ตบทรัพย์

ทนายตั้ม เชื่อคลิปเสียงตบทรัพย์ ‘ดิไอคอน’ ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้​หากมีพยานยืนยัน​ ซัด อ้าง​ AI​ พฤติกรรมแบบนี้​มีตั้งแต่หัวหน้าพรรคจนสมาชิกพรรค บอกผู้เสียหายคดีดิไอคอน ต้องรอหน่วยงานเฉลี่ยทรัพย์สิน​คืน หลัง ‘บอสพอล’ ถูกจับ​-อายัดทรัพย์​

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า​ คลิปเสียงบุคคล​ไม่จำเป็นจะต้องใช้โปรแกรมอะไรมายืนยัน​ แค่ใช้เรื่องของประสบการณ์และคำยืนยัน​จากบุคคลที่สนิทใกล้ชิดก็พออ้าง​ได้ ไม่ใช่อ้างว่าเป็น​ AI พฤติกรรมแบบนี้มีตั้งแต่หัวหน้าพรรคจนมาถึงสมาชิกพรรค ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง​
เมื่อถามว่า​ คลิปเสียง​ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้

ตบทรัพย์

นายษิทรากล่าวว่า ไม่ใช่ว่าเสียงจะไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้​ แต่ต้องมีบุคคลยืนยัน ซึ่งกรณีนี้บอสพอลก็ยอมรับว่า​มีการพูดคุยจริง​ แต่ไม่บอกว่าบุคคลที่คุยเป็นใคร และยอมรับว่ามีการเรียกรับเงินจริง​ ซึ่งเมื่อเช้านี้ (18 ต.ค.) ตนได้ติดตามข่าว ทนายของบอสพอล​ก็ให้ข้อมูลว่ามีคนร้องเรียนว่ามีคนไปขอเงินบอสพอลเยอะมาก ทั้งนักร้องเรียนและทนาย ซึ่งตนก็อยากให้สื่อมวลชนไปสืบหาต่อว่า​เป็นใคร เพราะไม่อยากให้คนพวกเชื้อโรค เชื้อร้าย​ อยู่ในสังคม หากบอสพอล​ยอมรับว่าพูดคุยกับใครในคลิปเสียงก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนของผู้เสียหาย​ในฝั่งของทนายตั้มจะดำเนินการต่อไปอย่างไร นายษิทรากล่าวว่า​ อยากให้ผู้เสียหาย​ได้รับเงินคืนเร็วที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้​ได้มีการประสานกับบอสพอล​ ซึ่งยอมรับ​ว่าจะคืนเงินให้ผู้เสียหายในกลุ่มเปราะบางก่อน แต่มาถูกจับเสียก่อน ทำให้ทรัพย์สินทั้งหมดถูกอายัดเข้าระบบ หลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ อัยการ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ต้องไปตรวจสอบผู้เสียหาย​เพื่อที่จะเฉลี่ยทรัพย์สินคืนให้​ แต่ต้องยอมรับว่า​อาจจะไม่ได้คืนเท่าจำนวนที่เสียไป

ตบทรัพย์

Advertisement

ส่วนที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ​ทำหนังสือถึงสภาทนายความ​ ให้ทำเรื่องฟ้องคดีแพ่งแบบกลุ่มนั้น นายษิทรากล่าวว่า เป็นเรื่องถูกต้อง เพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายในวงกว้าง ซึ่ง​สภาทนายความมีบุคลากรที่มีความสามารถ หากมาร่วมกันฟ้องคดีแพ่งแบบกลุ่ม ผู้เสียหายอาจจะไม่ต้องเข้ามาเป็นผู้เสียหายทุกคน แต่ก็สามารถได้รับการเฉลี่ยทรัพย์จากคดีนั้นได้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และตนอยากจะเป็นอีกหนึ่งเสียงเรียกร้องไปยังสภาทนายความให้ทำตามที่ทาง รมว.ยุติธรรมแนะนำ