หน้าแรก การเมือง ยิ่งชีพ มองเห...

ยิ่งชีพ มองเหตุปธ. สั่งปิดสภา ทำนิรโทษค้างเติ่ง ชี้ผลศึกษาชัดแล้ว ขาดแค่ความกล้าหาญ

18.10.24 | 17:04 น.

ยิ่งชีพ มองเหตุปธ. สั่งปิดสภา ทำนิรโทษค้างเติ่ง ชี้ผลศึกษาชัดแล้ว ขาดแค่ความกล้าหาญ ลุยโหวต

จากกรณีที่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้สั่งปิดการประชุมระหว่างการพิจารณารายงานของคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นประธานกมธ. เนื่องจากมีการถกเถียงระหว่าง สมาชิกเร่งให้ลงมติ แต่กมธ.ยังขอเวลาชี้แจง ทำให้ต้องเลื่อนการลงมติออกไปนั้น

ล่าสุด (18 ต.ค.) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้มากว่า พรรคเพื่อไทยไม่อยากโหวต กระทั่งแค่รับรายงานนิรโทษกรรม เพราะโดนกดดันมากจากพรรคร่วมที่ดันไปเลือกจับมือด้วย ทั้งที่ก็อาจจะอยากโหวตรับ

แต่ก็เป็นเรื่องที่คาดหมายได้ว่า ถ้า ส.ส. พรรคเพื่อไทย จะโหวตไม่เห็นด้วยก็เป็น เรื่องแปลกมากไปอีก ในเมื่อเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่เสนอให้ตั้งกมธ.ขึ้นเอง ประธานกมธ. ก็รองหัวหน้าพรรค ในกมธ. ก็มีส.ส. ของพรรค และคนที่พรรคตั้งมาเต็มไปหมด ซึ่งโหวตต่างกันแตกเป็นหลายแบบ เท่ากับว่า หากโหวตไม่รับก็หักหน้าตัวเองหรือหักหน้ากันเอง

ขณะที่ พวกพรรค อย่าง ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ พร้อมโหวต (ว่าไม่เห็นด้วย) พรรคส้ม ก็พร้อมโหวต (ว่าเห็นด้วย) แต่ท่านประธานจากพรรคเพื่อไทยก็เลยสั่งปิดประชุมเลย

Advertisement

ถ้าเชื่อมั่นในกระบวนการของสภา และเห็นควรศึกษารายละเอียดเรื่องที่อ่อนไหวจริง เขาศึกษามาแล้วเสนอมาแล้วรัฐบาลก็ควรต้องรับๆไป ข้อสรุปของรายงานเรื่อง 112 เอาจริงก็คือไม่สรุป แต่ก็ยังไม่กล้ายอมรับว่าไม่ได้สรุป

สถานการณ์ทั้งหมดเข้าใจได้ เพราะถูกกดดันหลายทาง ทักษิณก็เพิ่งมีนัดสืบพยานคดี 112 ทำให้ พรรคเพื่อไทย “ไม่กล้า” ทำอะไร แต่ก็เป็นความจริงว่า ตอนนี้เหตุและผล มันนำเสนอกันไปหมดแล้ว ที่ขาดจริงๆ มีแค่ความกล้าหาญเท่านั้น

และที่สงสัยคือ สัปดาห์หน้าพอเปิดประชุมมา ก็ต้องโหวตเลย คราวนี้ จะหาเรื่องอะไรมาเลื่อนอีก น่าจะหาไม่ได้แล้ว แต่ถ้าดันเสือกหาได้ขึ้นมาคราวนี้จะยาวไปลุ้นใหม่ธันวาคมเลย

ในการโหวตของกมธ.นิรโทษกรรม แม้จะมีทางเลือก “งดออกเสียง” และมีทางเลือกแบบ “ตั้งเงื่อนไข” อยู่ด้วยแล้ว แต่ต้องขอย้ำว่า คนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงยืนยันว่า การนิรโทษกรรมต้องไม่รวม 112 แบบ “เด็ดขาด”

คนอย่าง ไพบูลย์ นิติตะวัน หรือลอรี่ พวกนี้รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา คือ ทำให้รวม 112 ไม่ได้อย่างเด็ดขาด แต่ขอย้ำว่ามีชื่อที่น่าสนใจพอสมควร เช่น นพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ, วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่ตอนประชุมเหมือนจะเข้าใจพูดดีตลอด, นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความคนเสื้อแดงหลายๆ คดีที่เคยต่อสู้คดีในยุคคสช.